เมอร์สันชี้ อาร์เซน่อลหวั่นพ่ายไบรท์ตันจนกลับไปเล่นแบบเดิม เชื่อดวลบาเยิร์นมีสิทธิ์ไม่รอด

พอล เมอร์สัน อดีตกองกลางอาร์เซน่อลและกูรูฟุตบอลของ Sky Sports มองว่า ความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตันส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของทัพ “ปืนใหญ่” จนกลับไปเน้นผลการแข่งขันเป็นหลักเหมือนเดิม พร้อมแสดงความกังวลว่า อาร์เซน่อลอาจเจองานหนักในการดวลกับบาเยิร์น มิวนิค ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันพุธนี้

แม้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า จะเพิ่งเก็บชัยชนะเหนือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แบบหวุดหวิด แต่เมอร์สันกลับมองว่า รูปเกมของอาร์เซน่อลยังมีปัญหา โดยเฉพาะการสร้างโอกาสเข้าทำ แม้จะครองบอลได้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจนก็ตาม

เมอร์สันมอง อาร์เซน่อลกลับไปเน้นผลจนเกมรุกขาดสีสัน

เมอร์สันเชื่อว่า ความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตันทำให้อาร์เซน่อลเกิดความกังวล และหันกลับไปใช้แนวทางการเล่นที่เน้นความรัดกุมเป็นหลักอีกครั้ง

“ความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตันทำให้อาร์เซน่อลกลัว หลังจากพวกเขาคว้าแชมป์ลีกได้ ทีมก็เริ่มเล่นฟุตบอลที่สนุกและมีสีสันมากขึ้น แต่พอเจอกับผลการแข่งขันแบบนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป พวกเขากลับมาเป็นทีมที่เน้นประสิทธิภาพเหมือนเดิม”

“พวกเขาไม่ต้องการเสียประตู และพยายามหาโอกาสยิงให้ได้สักลูก ซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมกับฟอเรสต์”

อดีตแข้งปืนใหญ่ยังยอมรับว่า รู้สึกประหลาดใจกับรูปเกมที่อาร์เซน่อลครองบอลได้มาก แต่กลับแทบไม่มีโอกาสลุ้นทำประตูอย่างจริงจัง

เมอร์สันมองว่า หากเป็นทีมอาร์เซน่อลในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ พวกเขาน่าจะสร้างโอกาสยิงได้มากถึง 30 ครั้ง จากการครองบอลในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ คู่แข่งยังเริ่มจับทางอาร์เซน่อลได้แล้ว ด้วยการถอยลงไปตั้งรับลึกและปิดพื้นที่ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เกมรุกของทีมดังจากลอนดอนเล่นได้ยากขึ้น

“ปีกของพวกเขาไม่ค่อยเลี้ยงผ่านคู่แข่ง ไม่มีใครวิ่งทะลุแนวรับ บอลก็เก็บไว้กับตัวได้ไม่ดีพอ และการเคลื่อนที่ก็ขาดความหลากหลาย ผมประหลาดใจมากกับสิ่งที่เห็นในเกมกับฟอเรสต์”

แม้เมอร์สันจะยอมรับว่า การชนะได้ทั้งที่เล่นไม่ดีถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่เขาก็เคยคาดหวังว่าอาร์เซน่อลจะเล่นเกมรุกได้อย่างอิสระและน่าตื่นเต้นมากกว่านี้ในฤดูกาลนี้

เมอร์สันไม่มั่นใจ อาร์เซน่อลจะผ่านบาเยิร์นได้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ บาเยิร์น มิวนิค ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมอร์สันยอมรับว่า ยังมองไม่เห็นหนทางที่อาร์เซน่อลจะเอาชนะยอดทีมจากเยอรมนีได้

เขามองว่า หากบาเยิร์นเลือกเปิดเกมแลกหมัดกับอาร์เซน่อล ก็อาจเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ เพราะยังมีข้อสงสัยว่าทีมของอาร์เตต้าจะสามารถยิงประตูเอาชนะคู่แข่งระดับท็อปของยุโรปได้หรือไม่

“ผมมองไม่ออกจริง ๆ ว่าอาร์เซน่อลจะเอาชนะบาเยิร์น มิวนิคได้อย่างไรในสัปดาห์นี้ ถ้าผมเป็นบาเยิร์น ผมจะเปิดเกมแลกกันไปเลย คุณมีโอกาสยิง เราก็มีโอกาสยิง เพราะสุดท้ายแล้วผมคิดว่าจะมีเพียงทีมเดียวที่เป็นผู้ชนะ”

เมอร์สันยังมองว่า เกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญที่ช่วยให้อาร์เซน่อลรู้ว่าตัวเองอยู่ในระดับไหน เมื่อเทียบกับบรรดาทีมชั้นนำของยุโรป

แม้เขาจะชื่นชอบฝีเท้าของ ไค ฮาแวร์ตซ์ แต่ก็ยังตั้งคำถามว่ากองหลังบาเยิร์นจะต้องกังวลกับการเผชิญหน้าเขามากแค่ไหน เช่นเดียวกับ วิคตอร์ เยอเคเรส ที่เมอร์สันยังไม่เชื่อว่าจะเป็นผู้เล่นประเภทเปลี่ยนผลการแข่งขันในเกมใหญ่ได้ด้วยตัวเอง

“สิ่งที่สร้างความแตกต่างและพาคุณไปสู่แชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ คือผู้เล่นที่มีความพิเศษ ซึ่งผมยังไม่เห็นสิ่งนั้นในอาร์เซน่อล ผมไม่คิดว่าฮาแวร์ตซ์หรือเยอเคเรสจะเป็นคนที่สร้างความแตกต่างได้”

อย่างไรก็ตาม เมอร์สันยังเชื่อว่าอาร์เซน่อลมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะทีมมีเกมรับที่แข็งแกร่งและต้องการเพียงประตูเดียวเพื่อปิดเกม ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในมุมมองของเขามักต้องยิงให้ได้ถึงสองประตูจึงจะมั่นใจในชัยชนะ

เมอร์สันตั้งข้อสงสัย เอเบเรชี เอเซ่ อาจไม่เหมาะกับอาร์เซน่อล

อีกหนึ่งประเด็นที่เมอร์สันพูดถึงคือฟอร์มของ เอเบเรชี เอเซ่ ซึ่งยังไม่สามารถสร้างผลงานได้ตามความคาดหวัง และถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่พักครึ่งในเกมกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

เมอร์สันมองว่า การเล่นให้ทีมใหญ่อย่างอาร์เซน่อลมีแรงกดดันและข้อจำกัดมากกว่าการเล่นให้คริสตัล พาเลซ เพราะนักเตะต้องปรับตัวเข้ากับระบบทีมและทำผลงานให้ได้ตามมาตรฐานที่สโมสรต้องการ

“ผมเคยเล่นให้ทั้งทีมใหญ่และทีมที่ไม่ได้ใหญ่ มันเป็นฟุตบอลคนละแบบกัน เอเซ่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก หากเขาเล่นแบบเดียวกับที่ทำในเกมกับฟอเรสต์ตอนอยู่คริสตัล พาเลซ เขาอาจยังได้เล่นต่อจนจบเกมก็ได้”

เมอร์สันอธิบายว่า ตอนอยู่พาเลซ เอเซ่มีอิสระในการเล่นมากกว่า เพราะทีมสามารถฝากความหวังไว้กับเขา และเปิดโอกาสให้เขาเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์เกม

แต่เมื่อย้ายมาอาร์เซน่อล เขาต้องแบ่งบทบาทกับผู้เล่นสำคัญหลายคน ทั้ง บรูโน่ กิมาไรส์, บูกาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด และ เดแคลน ไรซ์ ซึ่งต่างก็มีบทบาทในการกำหนดจังหวะเกมของทีม

หมายเหตุ: รายชื่อนักเตะข้างต้นเป็นไปตามเนื้อหาต้นฉบับที่นำมาเรียบเรียง

“ที่อาร์เซน่อล คุณไม่ได้สัมผัสบอลเป็นร้อยครั้งเหมือนตอนอยู่พาเลซ แต่คุณอาจได้บอลเพียง 25-30 ครั้ง และต้องสร้างความแตกต่างให้ได้จากโอกาสเหล่านั้น”

เมอร์สันจึงมองว่า เอเซ่จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบการเล่นของอาร์เซน่อลโดยเร็ว หากต้องการยึดตำแหน่งและพิสูจน์ตัวเองในทีมระดับท็อป

ท้ายที่สุด แม้เมอร์สันจะยังเชื่อว่าอาร์เซน่อลมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่เกมกับบาเยิร์น มิวนิค จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าพวกเขามีศักยภาพมากพอจะต่อกรกับทีมชั้นนำของยุโรปได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อปัญหาเกมรุกยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน

ติดตามเพิ่มเติม ::  ผลบอล7m

วิเคราะห์ฟุตบอล