ทีเด็ดบอลวันนี้-บอลเต็ง-บอลสเต็ป-วิเคราะห์บอล-ทรรศนะบอลแม่นๆ

ทีเด็ดบอลวันนี้ บอลเต็ง บอลสเต็ป วิเคราะห์บอล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงจุดยืนชัดเจนว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมคนสำคัญ “ไม่ได้มีไว้ขาย” ไม่ว่าข้อเสนอที่ยื่นเข้ามาจะมีมูลค่าเท่าไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวว่า กาลาตาซาราย ทีมดังจากตุรกี กำลังให้ความสนใจอย่างจริงจัง

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า กาลาตาซาราย พร้อมเดินหน้าทาบทามกองกลางวัย 31 ปี หลังเจ้าตัวเข้าสู่สัญญาปีสุดท้ายกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดง” ยังถือออปชั่นขยายสัญญาออกไปได้อีกหนึ่งฤดูกาล

ถึงแม้อนาคตเรื่องสัญญาจะกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง แต่จุดยืนของสโมสรในตลาดรอบนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า พวกเขาจะไม่เปิดรับข้อเสนอเพื่อขาย บรูโน่

จากเคยพร้อมขาย 100 ล้านปอนด์ สู่แข้งที่แมนยูขาดไม่ได้

สถานการณ์ของ บรูโน่ เปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงซัมเมอร์ก่อน เพราะในเวลานั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เคยเปิดทางให้เจ้าตัวสามารถพิจารณาข้อเสนอจาก อัล ฮิลาล สโมสรจากซาอุดีอาระเบียได้

ทีมจากซาอุฯ พร้อมจ่ายค่าตัวสูงถึงประมาณ 100 ล้านปอนด์ และ บรูโน่ เคยยอมรับในภายหลังว่า เขารู้สึก “เจ็บปวด” ที่ได้รับรู้ว่าสโมสรพร้อมปล่อยตัวเขาออกจากทีม

แม้เจ้าตัวจะเคยรู้สึกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมขายเขาหากได้รับเงินก้อนใหญ่ แต่หลังจากนั้นท่าทีของฝ่ายบริหารก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ตอนนี้สโมสรต้องการให้ บรูโน่ เป็นหนึ่งในแกนหลักของโปรเจกต์ระยะต่อไป และไม่มีแผนขายกัปตันทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

นอกจากนี้ เงื่อนไขค่าฉีกสัญญา 57 ล้านปอนด์สำหรับสโมสรต่างประเทศได้หมดอายุลงแล้ว ทำให้ทีมอื่นไม่สามารถใช้ช่องทางดังกล่าวเพื่อดึงตัวเขาออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้อีก

ผลงานระดับท็อป ทำแมนยูไม่คิดปล่อยตัว

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ต้องการเสีย บรูโน่ คือผลงานของเขาในฤดูกาลที่ผ่านมา

ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีก พร้อมสร้างสถิติแอสซิสต์มากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลของการแข่งขัน

ผลงานดังกล่าวทำให้สถานะของเขาภายในทีมแข็งแกร่งกว่าเดิม และ แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่า บรูโน่ ยังคงเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญอย่างมากทั้งในการลุ้นผลงานในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป

เจมส์ ซาวันดรา ผู้สื่อข่าวของ Sky Sports มองว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 12 เดือนก่อน โอกาสที่ บรูโน่ จะย้ายทีมอาจอยู่ในระดับ “50-50” เพราะหาก แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถขายได้ประมาณ 100 ล้านปอนด์ เงินก้อนดังกล่าวอาจถูกนำไปเสริมทีมในตำแหน่งอื่น

แต่สถานการณ์ในตอนนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

“มันอาจมีวันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเริ่มคิดถึงชีวิตหลังไม่มี บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่วันนั้นไม่ใช่ซัมเมอร์นี้”

บรูโน่ ยังคงถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของแผนการทำทีม และมีบทบาทอย่างมากต่อเป้าหมายของสโมสรในฤดูกาลใหม่

ประเด็นสัญญาใหม่เป็นเรื่องที่ต้องจับตา

แม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีออปชั่นต่อสัญญากับ บรูโน่ ได้อีกหนึ่งปี แต่เรื่องสัญญาฉบับใหม่ยังเป็นอีกประเด็นที่น่าจับตามอง

ด้วยสถานการณ์ที่สัญญาปัจจุบันเข้าสู่ช่วงท้าย สโมสรอาจต้องเริ่มเจรจาเพื่อหาข้อตกลงระยะยาว หากต้องการป้องกันไม่ให้อนาคตของกัปตันทีมกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดซื้อขายรอบนี้ ข้อความจากฝั่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชัดเจนมากว่า

“บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไม่ได้มีไว้ขาย”

ไม่ว่าจะเป็น กาลาตาซาราย หรือสโมสรใดก็ตามที่ต้องการตัวกัปตันทีมชาติโปรตุเกส แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีความตั้งใจที่จะเปิดโต๊ะเจรจา

แข้งรายอื่นของแมนยูเริ่มส่งสัญญาณดีช่วงปรีซีซั่น

นอกจากสถานการณ์ของ บรูโน่ แล้ว ผู้เล่นคนอื่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เริ่มมีสัญญาณที่ดีในช่วงปรีซีซั่น โดยเฉพาะ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ อาหมัด ดิยัลโล่ ที่กลับมาเล่นด้วยความมั่นใจและดูมีความอันตรายในเกมรุก

ขณะเดียวกัน โจชัว เซิร์กซี ก็เป็นอีกคนที่น่าจับตามอง แม้อนาคตของเขากับทีมยังไม่ได้ปิดตาย แต่ฟอร์มช่วงเตรียมฤดูกาลทำให้มีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจได้รับบทบาทใหม่

หนึ่งในตัวเลือกคือการถูกใช้งานเป็นตัวสำรองหรือสลับตำแหน่งกับ บรูโน่ ในบทบาทหมายเลข 10 โดยผลงานในเกมปรีซีซั่นกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่โครก พาร์ค ถือว่าได้รับเสียงตอบรับในทางบวก

หาก เซิร์กซี ยังอยู่กับทีมต่อไป การจัดวางตำแหน่งของเขาในฤดูกาลใหม่ก็จะเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้อนาคตของกัปตันทีม

ความพ่ายแพ้แบบหมดรูป 0-3 ต่ออาร์เซนอลในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ไม่ได้แค่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชวดถ้วยก่อนเปิดฤดูกาลเท่านั้น แต่มันยังเปิดให้เห็นปัญหาหลายจุดของทีมแบบชัดเจน โดยเฉพาะแกนกลางของทีมที่ดูหลวม ขาดความต่อเนื่อง และยังไม่เข้ากับแนวทางที่ เอ็นโซ มาเรสก้า ต้องการ

ก่อนเกม มาเรสก้าพูดถึงความตั้งใจที่จะ “ลดช่องว่าง” ระหว่างแมนฯ ซิตี้กับอาร์เซนอล แต่เมื่อเกมจบลง สิ่งที่เห็นกลับเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่ทีมของเขายังต้องรีบแก้ก่อนพรีเมียร์ลีกเปิดฉาก

อาร์เซนอลเจาะแผลซิตี้แบบตรงจุด

ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เล่นได้ไหลลื่นกว่าอย่างชัดเจน และใช้ประโยชน์จากข้อผิดพลาดของซิตี้ได้แทบทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเกมรับที่ดูไม่เป็นระบบ แดนกลางที่ควบคุมเกมไม่ได้ รวมถึงภาวะผู้นำในสนามที่เหมือนจะหายไปในช่วงสำคัญ

แม้ซิตี้จะมีผู้เล่นเกมรุกและตัวสร้างสรรค์โอกาสเต็มทีม แต่กลับแทบสร้างความอันตรายไม่ได้

พวกเขาจ่ายบอลในแดนคู่แข่งมากกว่าอาร์เซนอลถึงราว 200 ครั้ง แต่สร้าง “โอกาสทอง” ได้เพียงครั้งเดียว ขณะที่อาร์เซนอลมีถึง 4 ครั้ง และโอกาสที่ดีที่สุดของซิตี้จาก เออร์ลิง ฮาลันด์ ก็จบลงด้วยการพลาดเป้า

ฮาลันด์ รวมถึง นิโก้ โอไรลีย์ และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน เพิ่งกลับมาร่วมทีมหลังพักจากฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกได้ไม่กี่วัน ทำให้ฟอร์มที่ยังไม่เข้าที่ของทั้งสามคนอาจพอมีเหตุผลรองรับอยู่บ้าง

แต่ปัญหาใหญ่กว่านั้นคือภาพรวมของทีมที่ยังดู “แยกส่วน” อย่างเห็นได้ชัด

แดนกลางไม่ทำงาน ระบบ 3-2 ยังมีปัญหา

หนึ่งในจุดที่มาเรสก้าต้องรีบแก้คือการเชื่อมเกมระหว่างแต่ละแดน

การวาง มาเตโอ โควาซิช เป็นตัวหมุนเกมตรงกลางไม่ได้สร้างผลลัพธ์อย่างที่คาด ขณะที่การให้โอไรลีย์ดันขึ้นมาเล่นด้านใน เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างการขึ้นเกมเป็นรูปแบบ 3-2 ที่มาเรสก้าชื่นชอบ ก็ยังเต็มไปด้วยปัญหา

เมื่อโอไรลีย์ขยับเข้ากลาง พื้นที่ด้านข้างกลับถูกเปิดกว้าง และนั่นกลายเป็นช่องให้ โนนี มาดูเอเก้ ใช้ความเร็วโจมตีซ้ำแล้วซ้ำอีก

บางช่วงของเกมถึงขั้นที่ เบน ไวท์ สามารถเติมเกมขึ้นมาเหมือนปีกได้อย่างสบาย

โอไรลีย์วัย 21 ปีมีศักยภาพสูง และอาจพัฒนาจนเล่นบทบาทคล้ายกองกลางตัวกลางได้ในอนาคต แต่เกมนี้แสดงให้เห็นชัดว่าเขายังไม่พร้อมทำหน้าที่ในระดับเดียวกับนักเตะอย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา หรือ โรดรี้

โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับแดนกลางของอาร์เซนอลที่มีทั้งประสบการณ์ ความแข็งแกร่ง และความเข้าใจเกมเหนือกว่า

“ไลน์สูง แต่ไม่เพรส” สูตรอันตรายในพรีเมียร์ลีก

อีกหนึ่งเรื่องน่ากังวลคือแนวรับของซิตี้

ทีมยืนไลน์สูงมาก แต่กลับไม่มีแรงกดดันจากแนวรุกและแดนกลางมากพอ ทำให้ผู้เล่นอาร์เซนอลมีเวลาเลือกจังหวะจ่ายบอลแบบสบายเกินไป

หนึ่งในจังหวะเสียประตู มาร์ติน โอเดการ์ด มีพื้นที่และเวลามากพอที่จะเงยหน้ามอง ก่อนเปิดบอลเข้าไปให้ คริสตอส โซลิส จ่ายต่อถึง ไค ฮาแวร์ตซ์ จบสกอร์

เป็นจังหวะที่อาร์เซนอลเล่นกันง่ายเกินไปสำหรับเกมระดับนี้

ปัญหาลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นกับมาเรสก้าในช่วงคุมเชลซีมาแล้ว เพราะการใช้แนวรับสูงโดยไม่มีการเพรสที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นการเดิมพันที่อันตรายมากในพรีเมียร์ลีก

หากคู่แข่งสามารถผ่านแนวเพรสแรกได้ พื้นที่ด้านหลังแนวรับจะเปิดกว้างทันที

มาเรสก้ายอมรับ ซิตี้ยังต้องเสริมก่อนตลาดปิด

หลังจบเกม มาเรสก้ายืนยันว่าเขาและสโมสร “รู้ชัดเจนว่าต้องทำอะไร” พร้อมส่งสัญญาณว่าแมนฯ ซิตี้ยังมีแผนขยับในตลาดนักเตะก่อนเส้นตายวันที่ 1 กันยายน

แต่สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อมีการยืนยันในคืนเดียวกันว่า โรดรี้เตรียมย้ายไปบาร์เซโลนา

นั่นอาจไม่ใช่ข่าวที่มาเรสก้าอยากได้ยินในช่วงเวลาที่แดนกลางของทีมกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก

แมนฯ ซิตี้ยังให้ความเชื่อมั่นในตัวกุนซือชาวอิตาลี และความพ่ายแพ้ในคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เพียงเกมเดียวคงไม่ทำให้เกิดความตื่นตระหนกภายในสโมสร

แต่เกมนี้ก็เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดมากว่า มาเรสก้ามีขุมกำลังที่เหมาะกับระบบของตัวเองจริงหรือไม่

เพราะในเวลานี้ ซิตี้ยังดูไม่เหมือนทีมที่พร้อมสมบูรณ์สำหรับการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่

เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ ยังอยู่ในลิสต์เป้าหมาย

หนึ่งในชื่อที่ถูกเชื่อมโยงกับแมนฯ ซิตี้คือ เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ อดีตลูกทีมของมาเรสก้าที่เชลซี

ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีในช่วงอยู่ลอนดอนร่วมกัน และคุณภาพในการครองบอล รวมถึงการจ่ายบอลจากแดนกลางของเอ็นโซ่อาจตอบโจทย์สิ่งที่มาเรสก้ากำลังมองหา

อย่างไรก็ตาม กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ก็เป็นนักเตะที่มีเสียงวิจารณ์แตกออกเป็นสองฝั่ง และล่าสุดยังถูกแฟนบอลบางส่วนของต้นสังกัดส่งเสียงโห่อีกด้วย

ดังนั้นหากซิตี้เดินหน้าเรื่องนี้จริง ก็จะเป็นอีกหนึ่งดีลที่ถูกจับตามองอย่างมาก

สิ่งที่ชัดที่สุดหลังจบเกมกับอาร์เซนอลคือ แมนฯ ซิตี้ยังมีงานอีกเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นการจัดสมดุลแดนกลาง การเชื่อมเกมระหว่างแต่ละไลน์ การเพรสซิ่ง ไปจนถึงการหาผู้เล่นที่เหมาะกับระบบของมาเรสก้า

และเมื่อพรีเมียร์ลีกกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วัน เวลาสำหรับทดลองก็แทบไม่เหลือแล้ว

เกมแรกกับ บอร์นมัธ จึงอาจเป็นบททดสอบสำคัญทันทีว่า มาเรสก้าจะสามารถแก้ปัญหาที่อาร์เซนอลเปิดแผลไว้ให้เห็นได้เร็วแค่ไหน

ติดตามเพิ่มเติม ::  ผลบอล7m

วิเคราะห์ฟุตบอล