Arsenal ต้องรับผิดชอบเอง หลังฟอร์มตกจนหลุดวงโคจรลุ้นแชมป์ WSL

อาร์เซนอลกำลังเผชิญช่วงเวลาที่น่ากังวลในศึก Women’s Super League หลังไม่ชนะใครมา 4 เกมติดต่อกัน และความพ่ายแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของทีมอาจไม่ใช่แค่เรื่อง “รายละเอียดเล็ก ๆ” อีกต่อไป

เรเน่ สเลเกอร์ส เฮดโค้ชอาร์เซนอล พยายามประคองสถานการณ์มาตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ผลงานในลีกกลับสวนทางอย่างชัดเจน หลังทีมไม่ชนะใครเลยตลอด 4 นัดหลังสุด ซึ่งถือเป็นการออกสตาร์ตลีกที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2014

หากมองจากอันดับในตารางคะแนน สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะอาร์เซนอลเริ่มถูกทิ้งห่างจากทีมกลุ่มลุ้นแชมป์อย่างชัดเจน

ก่อนหน้านี้ สเลเกอร์สมักอธิบายว่าผลงานของทีมเกิดจาก “ความแตกต่างเพียงเล็กน้อย” หรือ fine margins แต่คำอธิบายดังกล่าวเริ่มฟังไม่ขึ้นเมื่อผลงานย่ำแย่ต่อเนื่อง

หลังแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สเลเกอร์สยอมรับว่า สโมสรจะใช้ช่วงพักเบรกทีมชาติในการทบทวนทุกอย่างอย่างละเอียด ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามและสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง พร้อมบอกว่า

“เราต้องตรวจสอบทุกซอกทุกมุม”

หากปัญหาเป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ จริง การต้องรื้อดูทุกอย่างคงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นนัก

ปัญหาของ Arsenal อาจอยู่ที่ความมั่นใจ

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากอาร์เซนอลในตอนนี้คือ วิกฤตความมั่นใจ โดยเฉพาะในจังหวะสำคัญของเกมใหญ่ นักเตะหลายคนดูเหมือนลังเลและตัดสินใจผิดพลาดในช่วงเวลาที่ต้องการความเฉียบขาด

ตัวอย่างชัดเจนเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง 3 นาทีแรกในเกมที่เอติฮัด สเตเดียม

ลิซ่า บาม หลุดการประกบของนีอามห์ ชาร์ลส์ได้หลายครั้งตลอดเกม และหนึ่งในจังหวะนั้นเธอมีโอกาสยิงจากระยะใกล้ แต่กลับเลือกยิงเองแทนที่จะจ่ายให้ อเลสเซีย รุสโซ่ ที่ยืนอยู่ในตำแหน่งพร้อมยิงประตูง่าย ๆ

การตัดสินใจดังกล่าวอาจมองข้ามได้หากเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เพราะบามเพิ่งย้ายมาเล่นในลีกและยังเป็นนักเตะอายุน้อยที่ต้องการสร้างผลงาน แต่เมื่อจังหวะลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ มันก็กลายเป็นปัญหาของทีม

อีกจังหวะเกิดขึ้นเมื่อจอร์เจีย สแตนเวย์วางบอลยาวอย่างยอดเยี่ยมให้เอมิลี่ ฟ็อกซ์ทางฝั่งขวา แต่ฟ็อกซ์เลือกยิงจากมุมที่แทบไม่มีโอกาส แทนที่จะรออีกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อเปิดทางให้รุสโซ่ที่กำลังสอดเข้าไปด้านหลังแนวรับ

แม้แต่สแตนเวย์เองก็มีจังหวะยิงไกลจากระยะประมาณ 30 หลาแบบไม่ได้ลุ้นมากนัก

เมื่อความผิดพลาดแบบเดิมเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ปัญหาก็ไม่ใช่เรื่องของ “โชคร้าย” อีกต่อไป แต่มันกลายเป็นรูปแบบการเล่นที่กำลังทำร้ายอาร์เซนอล

ตัวเลขสะท้อนปัญหาเกมรุกอย่างชัดเจน

สถิติต่าง ๆ ก็สนับสนุนภาพดังกล่าว โดยอาร์เซนอลมีค่า xG differential แย่ที่สุดในลีก ขณะที่อัตราการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูก็น่าผิดหวังไม่แพ้กัน

นักเตะเริ่มรีบยิงมากขึ้นเมื่อความกดดันเพิ่มขึ้น ความลังเลและความไม่มั่นใจเริ่มแทรกอยู่ในรูปแบบการเล่นที่อาร์เซนอลเคยทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เกมกับแมนฯ ซิตี้ จึงไม่ใช่การแพ้เพราะ “รายละเอียดเล็ก ๆ”

แมนฯ ซิตี้มีนักเตะที่พร้อมปิดเกม ขณะที่อาร์เซนอลกำลังขาดความเฉียบขาดในจังหวะสำคัญ

ทีมของอันเดรีย เยกลาร์ตซ์ แสดงให้เห็นถึงความไหลลื่นในการเล่นเกมรุกอย่างชัดเจน ทุกจังหวะการขึ้นเกมมีเป้าหมาย และการเคลื่อนบอลผ่านแต่ละพื้นที่ของสนามดูสมดุล

เยกลาร์ตซ์เองยังออกมาชื่นชมอาร์เซนอลหลังจบเกม โดยยอมรับว่าเป็น “ทีมฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม” แต่ในเวลาเดียวกันก็พอใจกับเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ที่เล่นได้อย่างลื่นไหล และสามารถ “ทำประตูได้หลายรูปแบบ”

นั่นคือสิ่งที่อาร์เซนอลกำลังขาดหายไป

พวกเขาแทบไม่มีทางเลือกที่หลากหลายเมื่อเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย และสองประตูที่ทำได้ในเกมนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดพลาดของแนวรับแมนฯ ซิตี้ มากกว่าจะมาจากการสร้างสรรค์เกมรุกที่เด็ดขาดของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม อเลสเซีย รุสโซ่ ก็ยังมีเรื่องดีให้พูดถึง หลังกลับมายิงประตูแรกในลีกฤดูกาลนี้ได้สำเร็จในครึ่งหลัง ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยเรียกความมั่นใจกลับมา

เพราะปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นของนักเตะอาร์เซนอลหลายคนในตอนนี้ ดูจะมากเกินกว่าจะอธิบายว่าเป็นเพียง “วันที่เล่นไม่ออก”

สเลเกอร์สต้องใช้ช่วงเบรกทีมชาติเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

สเลเกอร์สและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชมีงานหนักรออยู่ และช่วงโปรแกรมถัดไปอาจเป็นบททดสอบที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่เธอเข้ามาคุมทีมอาร์เซนอล

ศึกนอร์ธลอนดอน ดาร์บี้ จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ และเป็นเกมที่ทีมไม่สามารถปล่อยให้ฟอร์มแบบปัจจุบันดำเนินต่อไปได้

สิ่งหนึ่งที่ยังเป็นข้อได้เปรียบของสเลเกอร์สคือ เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเตะในทีม และที่สำคัญคือสโมสรยังคงให้การสนับสนุนเธอ แม้ผลการแข่งขันในช่วงนี้จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

จุดยืนของอาร์เซนอลคาดว่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงพักเบรกทีมชาติ แต่สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือ ทัศนคติและความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

ถึงเวลาแล้วที่อาร์เซนอลต้องเลิกพูดถึง “fine margins”

เพราะสิ่งที่ทีมต้องการในตอนนี้ไม่ใช่การปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่คือ การเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลจริง

ช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่อาร์เซนอลจะต้องกลับมาทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง ยอมรับว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน และหาวิธีดึงความมั่นใจกลับมาให้ได้

เพราะระยะห่างระหว่างอาร์เซนอลกับจ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในตอนนี้ ไม่ใช่ช่องว่างเล็ก ๆ อีกแล้ว

แต่ห่างกันถึง 10 คะแนน

ติดตามเพิ่มเติม ::  ผลบอล7m

วิเคราะห์ฟุตบอล