ศึกชิงอันดับ 3 ไม่ใช่เกมปลอบใจ! “โธมัส ทูเคิล” เจอแรงกดดันหนัก ก่อนอังกฤษดวลฝรั่งเศส ศึกฟุตบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบชิงอันดับ 3 ระหว่าง อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส คืนวันเสาร์นี้ (22.00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร) อาจถูกหลายคนมองว่าเป็นเพียงเกมปลอบใจของสองทีมที่พลาดเข้าชิงชนะเลิศ แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือแมตช์ที่มีความหมายอย่างมาก โดยเฉพาะต่ออนาคตของ โธมัส ทูเคิล กุนซือทีมชาติอังกฤษ

หากอังกฤษคว้าชัยเหนือฝรั่งเศสได้ พวกเขาจะจบอันดับ 3 ของฟุตบอลโลก ซึ่งถือเป็นผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่คว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1966 และอาจช่วยลดกระแสกดดันที่ถาโถมใส่ทูเคิลลงได้ไม่น้อย

แม้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ยังคงให้การสนับสนุนกุนซือชาวเยอรมันอย่างเต็มที่ และทูเคิลเองก็ยืนยันหลังเกมแพ้อาร์เจนตินาในรอบรองชนะเลิศว่า เขา “มุ่งมั่นกับการคุมทีมอังกฤษ 100%” และตั้งใจทำงานต่อไปจนถึงศึกยูโร 2028

อย่างไรก็ตาม กระแสวิจารณ์ที่เกิดขึ้นหลังเกมดังกล่าวถือว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่กุนซือทีมชาติอังกฤษเคยเผชิญ แม้ว่าทีมจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของฟุตบอลโลก ซึ่งโดยภาพรวมยังถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ

แท็กติกเกมแพ้อาร์เจนตินา จุดเริ่มต้นของเสียงวิจารณ์

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ การตัดสินใจของทูเคิลที่เปลี่ยนมาใช้ระบบกองหลัง 5 คน ก่อนจะส่ง นิโก โอไรลีย์ ลงสนามในฐานะกองหลังคนที่ 6 เพื่อรักษาสกอร์นำ 1-0

การปรับแท็กติกดังกล่าวกลับส่งผลตรงกันข้าม เพราะอังกฤษไม่สามารถครองบอลหรือสร้างเกมโต้กลับได้เลย เปิดโอกาสให้อาร์เจนตินา โดยเฉพาะ ลิโอเนล เมสซี เดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่องจนพลิกสถานการณ์ได้สำเร็จ

อาร์เจนตินาชุดนี้ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของยุค หลังเก็บชัยชนะในรอบน็อกเอาต์มาแล้ว 15 นัดติดต่อกัน พร้อมคว้าแชมป์รายการใหญ่ 3 รายการหลังสุด ทั้งฟุตบอลโลก 1 สมัย และโคปา อเมริกาอีก 2 สมัย

ทูเคิลยืนยัน “ไม่เสียใจ” กับการตัดสินใจ

แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนัก แต่ทูเคิลยังยืนยันว่าเขา “ไม่มีความเสียใจ” กับแท็กติกที่เลือกใช้ พร้อมมองว่าปัญหาที่แท้จริงของทีมคือ นักเตะอังกฤษไม่สามารถรักษาการครองบอลได้ดีพอ มากกว่าจะเป็นความผิดพลาดด้านแผนการเล่น

ก่อนเกมพบฝรั่งเศส เจ้าตัวยังคงย้ำจุดยืนเดิมในการแถลงข่าว ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจในแนวทางของตัวเอง แม้จะอยู่ท่ามกลางแรงกดดันอย่างหนัก

ไม่ใช่แค่แฟนบอล นักเตะบางส่วนก็เริ่มตั้งคำถาม

รายงานจาก ร็อบ ดอร์เซ็ตต์ ผู้สื่อข่าวของ Sky Sports News ระบุว่า ความไม่พอใจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในหมู่แฟนบอลหรือสื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักเตะทีมชาติอังกฤษหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เล่นซีเนียร์ ที่มองว่าทูเคิลตัดสินใจผิดพลาดในเกมกับอาร์เจนตินา

ด้วยเหตุนี้ เกมพบฝรั่งเศสจึงไม่ใช่เพียงการชิงอันดับ 3 แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญว่า อังกฤษจะสามารถกู้ศรัทธา และช่วยให้ทูเคิลลดแรงกดดันที่กำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่

ติดตามเพิ่มเติม ::  ผลบอล7m

วิเคราะห์ฟุตบอล