คลิปไวรัลแฉปัญหาแมนยู! สเปอร์สแกะเพรสง่ายเกิน เผยจุดอ่อนแดนกลางที่ต้องรีบแก้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างหนัก หลังทำได้เพียงเสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 1-1 ทั้งที่อีกฝ่ายเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน โดยจังหวะที่สเปอร์สต่อบอลจากหน้าประตูตัวเอง ฝ่าการเพรสซิ่งของทัพปีศาจแดงขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย กลายเป็นคลิปไวรัลที่มียอดเข้าชมทะลุ 3 ล้านครั้ง และเผยให้เห็นปัญหาที่มากกว่าแค่เกมรับ

คลิป 10 วินาทีที่สะท้อนปัญหาใหญ่ของแมนยู

ภายในเช้าวันจันทร์ คลิปความยาวเพียง 10 วินาทีจากเกมระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับสเปอร์ส กลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลพูดถึงกันอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย หลังแสดงให้เห็นว่าแนวรับของสเปอร์สสามารถเอาตัวรอดจากการเพรสซิ่งของแมนยู ก่อนพาบอลขึ้นมาเล่นงานพื้นที่ด้านหลังได้อย่างง่ายดาย

สถานการณ์ยิ่งทำให้แฟนบอลไม่พอใจมากขึ้น เพราะผลงานของแมนยูในช่วงต้นฤดูกาลนี้ยังต่ำกว่ามาตรฐาน โดยทีมเก็บได้เพียง 6 คะแนนจาก 6 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นการออกสตาร์ตฤดูกาลลีกที่แย่ที่สุดในรอบ 40 ปี

เมื่อผลงานในสนามยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทุกความผิดพลาดของทีมจึงถูกจับตามองอย่างหนัก และคลิปดังกล่าวก็กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหลายจุดของทีม

สเปอร์สใช้แค่หนึ่งจังหวะจ่ายบอล ก็หลุดเพรสแมนยูได้ทั้งแผง

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 57 ขณะที่สกอร์ยังเสมอกัน 0-0 โดย แจน พอล ฟาน เฮคเคอ ได้บอลในกรอบเขตโทษของสเปอร์ส หลังรับบอลสั้นจาก มาร์โก เซเนซี คู่เซ็นเตอร์แบ็กของเขา

ในเวลานั้น นักเตะแมนยูถึง 6 คนขยับขึ้นไปไล่บีบแบบประกบตัวต่อตัว หวังตัดทางขึ้นเกมตั้งแต่หน้าประตูคู่แข่ง ขณะที่แนวรับ 4 คนยังยืนอยู่บริเวณเส้นครึ่งสนาม ส่งผลให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างแนวรับกับแดนกลาง

ปัญหาสำคัญอยู่ที่ มาเตอุส คุนญ่า ซึ่งยืนห่างจาก อาร์ชี เกรย์ แบ็กขวาของสเปอร์สมากเกินไป ทำให้ฟาน เฮคเคอสามารถจ่ายบอลไปยังพื้นที่ที่เกรย์กำลังวิ่งเข้าหาได้อย่างไม่ยากเย็น

เกรย์รับบอลแล้วพุ่งทะยานขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว ทิ้งผู้เล่นแมนยูทั้ง 6 คนไว้ด้านหลังในจังหวะเดียว ก่อนลากบอลขึ้นไปจนถึงพื้นที่เกมรับของปีศาจแดง และจ่ายบอลเข้ากลางให้ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ซึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งว่างแบบไม่มีตัวประกบ

ไมเคิล คาร์ริค พยายามส่งสัญญาณให้คุนญ่าถอยกลับมาช่วยเกมรับ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว เพราะเกรย์พาบอลขึ้นมาได้ไกลจนแนวรับแมนยูต้องถอยตั้งหลักกันอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน ยูริ ตีเลอมันส์ และ ค็อบบี้ เมนู สองกองกลางของแมนยู พยายามวิ่งไล่ตามกลับมา แต่ไม่สามารถไล่ระยะให้ทันได้

กัลลาเกอร์จ่ายบอลต่อไปให้ ซาวินโญ่ ที่ริมเส้นฝั่งซ้ายของสเปอร์ส ก่อนที่เจ้าตัวจะจับบอลหนึ่งจังหวะแล้วซัดทันที แต่ เลนี โยโร่ ยังตามมาบล็อกเอาไว้ได้ ทำให้บอลออกหลังเป็นลูกเตะมุม

แม้จังหวะนี้จะไม่ได้จบลงด้วยการเสียประตู แต่ก็เผยให้เห็นข้อผิดพลาดในการยืนตำแหน่ง การประสานงานระหว่างแดนกลางกับแนวรับ และความสามารถในการไล่ตามคู่แข่งของนักเตะแมนยูได้อย่างชัดเจน

ปัญหาไม่ได้อยู่แค่การเพรส แต่รวมถึงความฟิตและความเข้มข้น

สิ่งที่น่ากังวลสำหรับคาร์ริคคือ จังหวะลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในเกม แต่เป็นภาพที่สอดคล้องกับเสียงวิจารณ์ซึ่งแมนยูกำลังเผชิญมาตลอดช่วงต้นฤดูกาล ทั้งเรื่องความฟิต ความเข้มข้นในการเล่นโดยไม่มีบอล และระยะห่างระหว่างผู้เล่นแต่ละแนวที่มากเกินไป

ก่อนหน้านี้ ยูริ ตีเลอมันส์ เคยให้สัมภาษณ์กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ในช่วงปรีซีซั่นเกี่ยวกับการฝึกซ้อมภายใต้การทำทีมของคาร์ริค โดยมีคำพูดที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงซ้ำหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

“พอกลับมาจากฟุตบอลโลก คุณก็ไม่ต้องวิ่งเยอะ แค่ผ่อนคลายไปก่อน”

คำพูดดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลนำมาเชื่อมโยงกับผลงานของแมนยูในช่วงเปิดฤดูกาล โดยมีเสียงวิจารณ์ว่าทีมวิ่งสู้คู่แข่งไม่ได้ และขาดความเข้มข้นในการเล่นหลายเกม

ข้อมูลที่ถูกกล่าวถึงในรายงานระบุว่า แมนยูมีสถิติวิ่งน้อยกว่าคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกทุกนัดที่ลงสนาม ยกเว้นเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง ฟิล โฟเด้น ถูกไล่ออกจากสนามตั้งแต่ครึ่งแรก

คุนญ่าเคยยอมรับเอง คู่แข่งทุ่มเทมากกว่าแมนยู

ก่อนหน้านี้ หลังเกมที่แมนยูเสมอฟูแล่ม คุนญ่าเองก็เคยออกมายอมรับถึงปัญหาด้านพลังงานและความทุ่มเทของทีม โดยกล่าวว่า

“พวกเขาใส่พลังงานลงไปมากกว่าเรา เรื่องแบบนี้เรายอมรับไม่ได้”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักเตะภายในทีมเองก็รับรู้ถึงปัญหานี้ และเมื่อกลับมาเจอกับสเปอร์ส ภาพเดิม ๆ ก็ยังปรากฏให้เห็นอีกครั้ง

แกรี เนวิลล์ อดีตกองหลังแมนยู ซึ่งทำหน้าที่บรรยายเกมให้กับ Sky Sports ก็วิจารณ์การเล่นของทีมอย่างหนัก โดยเฉพาะการทำงานของคู่กองกลางอย่างตีเลอมันส์กับเมนู ที่ดูเหมือนจะมีปัญหาในการไล่ตามคู่แข่งและรับมือกับความเร็วของเกมพรีเมียร์ลีก

เนวิลล์ชี้ให้เห็นว่า เมื่อทั้งสองคนต้องวิ่งถอยกลับมาไล่ตามเกรย์ พวกเขากลับไม่สามารถไล่ระยะให้ทันได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสมดุลของทีมโดยตรง

คาร์ริคต้องเร่งแก้แดนกลาง ก่อนปัญหาจะบานปลาย

สำหรับคาร์ริค สิ่งที่ต้องเร่งจัดการไม่ใช่แค่การปรับตำแหน่งผู้เล่นในจังหวะเพรสซิ่งเท่านั้น แต่ต้องแก้ปัญหาเรื่องระยะห่างระหว่างแนวรับกับแดนกลาง รวมถึงความสามารถในการวิ่งไล่กดดันและกลับมาตั้งรับเมื่อคู่แข่งแกะเพรสได้สำเร็จ

การเพรสซิ่งสูงอาจช่วยให้ทีมแย่งบอลกลับมาได้เร็ว แต่หากผู้เล่นแต่ละตำแหน่งขยับไม่พร้อมกัน หรือมีช่องว่างให้คู่แข่งเล่นบอลทะลุขึ้นมาได้ง่าย ระบบดังกล่าวก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนเสียเอง

เกมเสมอสเปอร์ส 1-1 จึงไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งนัดที่แมนยูทำแต้มหล่น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนว่าทีมมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องรีบแก้ไข ทั้งการยืนตำแหน่ง การประสานงานในแดนกลาง และความเข้มข้นในการเล่นตลอด 90 นาที

หากแมนยูยังปล่อยให้คู่แข่งผ่านแนวเพรสซิ่งได้ง่ายเหมือนในคลิปไวรัลนี้ คาร์ริคก็มีงานหนักรออยู่อีกมากในการพาทีมกลับมาทำผลงานได้ตามความคาดหวังของแฟนบอล


ติดตามเพิ่มเติม ::  ผลบอล7m

วิเคราะห์ฟุตบอล