ริคคาร์โด คาลาฟิออรี กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่ได้เป็นเพียงกองหลังที่เล่นได้ดีเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของอาร์เซนอล และอาจเป็น แบ็กซ้ายที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้
เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ ถึงกับออกปากชื่นชมดาวเตะชาวอิตาลีว่า “เขาคือแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในลีกแบบทิ้งห่างคนอื่น”
คาลาฟิออรีเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม โดยทำประตูได้ในเกมคอมมิวนิตี ชิลด์ที่อาร์เซนอลเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะทำเพิ่มอีก 2 แอสซิสต์ในเกมพบกับโคเวนทรีและแอสตัน วิลลา
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อสองปีก่อนตอนที่คาลาฟิออรีย้ายออกจากอิตาลี เขายังเป็นนักเตะที่มีภาพลักษณ์แตกต่างจากในปัจจุบันอย่างมาก
ตอนที่อาร์เซนอลตัดสินใจคว้าตัวเขาจากโบโลญญา คาลาฟิออรีลงเล่นในตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็กเป็นหลัก และคนที่เคยทำงานใกล้ชิดกับเขาบางส่วนยังเคยตั้งคำถามว่า เขาจะสามารถก้าวไปถึงระดับสูงสุดในตำแหน่งแบ็กซ้ายได้หรือไม่
แต่วันนี้ คำตอบดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
จุดเด่นของคาลาฟิออรี ไม่ได้อยู่แค่เกมรับ
แน่นอนว่า คาลาฟิออรีเป็นส่วนหนึ่งของแนวรับอาร์เซนอลที่แข็งแกร่ง แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากแบ็กซ้ายทั่วไปคือ การเคลื่อนที่และการยืนตำแหน่งที่คาดเดายาก
ตัวอย่างชัดเจนเกิดขึ้นในเกมกับเชลซี แม้ประตูของเขาจะถูก VAR ริบคืนจากจังหวะล้ำหน้า แต่คาลาฟิออรียังคงมีบทบาทสำคัญในประตูชัยของอาร์เซนอลที่มาร์ติน โอเดการ์ดเป็นคนจบสกอร์
ในจังหวะนั้น การวิ่งตัดเข้าในของคาลาฟิออรีทำให้แนวรับเชลซีต้องปรับตำแหน่งตามเขา ส่งผลให้เกมรับของคู่แข่งถูกดึงจนเสียสมดุล
คาร์ราเกอร์อธิบายว่า ตำแหน่งของคาลาฟิออรีมีผลโดยตรงต่อรูปแบบเกมรับของเชลซี
“ไม่ว่าคาลาฟิออรีจะไปอยู่ตรงไหน คู่แข่งก็ต้องตามเขาไปด้วย”
เชลซีจึงต้องสลับระหว่างระบบกองหลัง 4 คนและ 5 คนอยู่ตลอดเวลา เพราะการเคลื่อนที่ของแบ็กซ้ายชาวอิตาลีสร้างปัญหาให้กับโครงสร้างเกมรับ
การวิ่งของเขา เปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม
ความอันตรายของคาลาฟิออรียังไม่ได้หยุดอยู่แค่การดึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
หลังจากเคลื่อนที่เข้าไปในเขตโทษ เขาสามารถดึงเซ็นเตอร์แบ็กออกจากตำแหน่ง จนเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างกองหลังคู่กลางของคู่แข่ง
ช่องว่างนั้นกลายเป็นพื้นที่สำคัญที่อาร์เซนอลใช้โจมตี ก่อนที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ จะปล่อยบอลหลอก และเปิดโอกาสให้โอเดการ์ดยิงประตูได้อย่างง่ายดาย
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาร์เซนอลใช้รูปแบบการเล่นแบบนี้
ย้อนกลับไปในเกมคอมมิวนิตี ชิลด์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาร์เซนอลเคยสร้างประตูจากรูปแบบคล้ายกันมาแล้ว ทั้งการเปิดบอล การเคลื่อนที่ของผู้เล่น และจังหวะหลอกของฮาแวร์ตซ์
แต่หัวใจสำคัญของแผนการเล่นคือ การวิ่งสอดเข้าด้านในของคาลาฟิออรี
การเคลื่อนที่ของเขาทำให้แนวรับคู่แข่งต้องถอยและขยับตาม จนเกิดช่องว่างระหว่างเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นพื้นที่ให้แนวรุกอาร์เซนอลเข้าโจมตี
คาร์ราเกอร์กล่าวถึงจังหวะดังกล่าวว่า
“คุณเห็นช่องว่างระหว่างเซ็นเตอร์แบ็กไหม? นั่นเกิดขึ้นเพราะคาลาฟิออรี นี่คือผลกระทบที่เขาสร้างให้กับเกมในตำแหน่งแบ็กซ้าย”
จากนักเตะที่เคยถูกตั้งคำถาม สู่ตัวแปรสำคัญของอาร์เซนอล
เส้นทางของริคคาร์โด คาลาฟิออรีถือว่าน่าสนใจไม่น้อย จากนักเตะที่เคยเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กและถูกตั้งคำถามเรื่องการเล่นแบ็กซ้าย วันนี้เขากลับกลายเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบของอาร์เซนอล
เขาไม่ได้มีดีแค่การเข้าสกัดหรือเกมรับ แต่ยังสามารถสร้างความได้เปรียบให้ทีมผ่าน การเคลื่อนที่ การอ่านเกม และการดึงตำแหน่งของคู่แข่ง
บางครั้งสิ่งที่คาลาฟิออรีทำอาจไม่ได้จบด้วยประตูหรือแอสซิสต์โดยตรง แต่การวิ่งเพียงครั้งเดียวของเขาสามารถเปลี่ยนรูปแบบเกมรับของคู่แข่ง และเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมได้
และนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนเริ่มมองว่า ริคคาร์โด คาลาฟิออรี ไม่ใช่แค่แบ็กซ้ายที่เล่นดี แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายที่ทรงอิทธิพลที่สุดของพรีเมียร์ลีก
หากเขายังคงรักษาฟอร์มและพัฒนาต่อไปได้แบบนี้ คำพูดของเจมี คาร์ราเกอร์ที่ว่า “คาลาฟิออรีคือแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก” อาจไม่ใช่เพียงคำชมเกินจริงอีกต่อไป



















