การตกชั้นของ West Ham United กลายเป็นหนึ่งในเรื่องช็อกที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แม้เกมสุดท้ายพวกเขาจะเปิดบ้านชนะลีดส์ 3-0 แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะรอดตกชั้น ส่งผลให้ “ขุนค้อน” ต้องหล่นไปเล่นในเดอะ แชมเปียนชิพ เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี
หลายคนตั้งคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเวสต์แฮม?” เพราะจากทีมที่เคยลุ้นพื้นที่ยุโรป กลับกลายเป็นทีมที่จมโซนแดงแทบทั้งฤดูกาล
เปิดฤดูกาลก็พังตั้งแต่นัดแรก
สัญญาณอันตรายเริ่มชัดตั้งแต่เกมเปิดซีซั่น หลังเวสต์แฮมโดนซันเดอร์แลนด์ถล่ม 3-0 แบบหมดสภาพ ความมั่นใจของทีมแทบหายไปทันที จริง ๆ แล้ว ปัญหาหลายอย่างเริ่มสะสมมาตั้งแต่ปลายฤดูกาลก่อน แต่สโมสรไม่ได้แก้ไขอย่างจริงจัง จนสุดท้ายทุกอย่างระเบิดในซีซั่นนี้
“เกรแฮม พอตเตอร์” ไปไม่รอด
Graham Potter อยู่คุมทีมได้เพียง 5 นัดในฤดูกาล 2025/26 ก่อนโดนปลด หลังแพ้ถึง 4 เกม และชนะได้แค่นัดเดียว ตอนที่โดนปลดในวันที่ 27 กันยายน เวสต์แฮมรั้งอันดับ 19 ของตาราง พร้อมผลต่างประตูติดลบ 8
ที่หนักกว่านั้นคือ สถิติของพอตเตอร์นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมช่วงเดือนมกราคม เขาพาทีมชนะเพียง 6 เกมจาก 23 นัดพรีเมียร์ลีก ถือเป็นค่าเฉลี่ยแต้มต่อเกมที่แย่ที่สุดของสโมสรในยุคพรีเมียร์ลีก
เปลี่ยนเป็น “นูโน่” แต่ทุกอย่างก็ไม่ดีขึ้น
หลังปลดพอตเตอร์ สโมสรแต่งตั้ง Nuno Espirito Santo เข้ามากู้วิกฤต แต่ผลงานกลับไม่กระเตื้อง
5 นัดแรกของนูโน่ เขาพาทีมชนะได้แค่เกมเดียว และเสมออีกหนึ่งนัด เวสต์แฮมยังคงอยู่ในโซนตกชั้น และผลต่างประตูก็แย่ลงเรื่อย ๆแฟนบอลจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงการจัดทีมและแท็กติกของกุนซือโปรตุเกส
เกมที่แฟนบอลงงทั้งสนาม
หนึ่งในเกมที่โดนวิจารณ์หนักที่สุด คือเกมแพ้ Brentford 0-2 คาบ้าน นูโน่จัดทีมแบบแปลกตา โดยเอา Oliver Scarles ซึ่งเป็นแบ็กซ้าย ไปเล่นแบ็กขวา ขณะที่ Kyle Walker-Peters ที่ถนัดแบ็กขวา กลับถูกโยกไปเล่นฝั่งซ้าย นอกจากนี้ Lucas Paqueta ยังถูกดันไปยืนหน้าเป้า ทั้งที่ไม่ใช่ตำแหน่งธรรมชาติ
แดนกลางของทีมโดนเบรนท์ฟอร์ดเล่นงานอย่างหนัก เวสต์แฮมมีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียวตลอดทั้งเกม ขณะที่คู่แข่งยิงถึง 22 ครั้ง และบังคับให้ Alphonse Areola ต้องเซฟหลายต่อหลายหน สุดท้าย เวสต์แฮมจึงต้องจบฤดูกาลด้วยความผิดหวัง และต้องเริ่มต้นใหม่ในแชมเปียนชิพซีซั่นหน้า



















