โรดรี กองกลางตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมเข้ารับการผ่าตัดเล็กบริเวณแผ่นหลัง หลังเพิ่งพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก พร้อมรับรางวัล Golden Ball ในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
แม้การผ่าตัดครั้งนี้จะเป็นเพียงการรักษาอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก็อาจทำให้ดาวเตะวัย 30 ปี พลาดลงสนามในช่วงออกสตาร์ตศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่
ก่อนหน้านี้ โรดรีถูกคาดหมายว่าจะไม่ได้ลงเล่นในศึก คอมมิวนิตี ชิลด์ ที่แมนฯ ซิตี้จะพบกับอาร์เซนอลอยู่แล้ว เนื่องจากเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจกับทีมชาติสเปน แต่ล่าสุดอาการบาดเจ็บที่หลังทำให้เขากลายเป็น เครื่องหมายคำถามสำหรับเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดสนาม ที่แมนฯ ซิตี้จะพบกับบอร์นมัธ ในวันที่ 23 สิงหาคม
หลังจากนั้น “เรือใบสีฟ้า” ยังมีโปรแกรมหนักต่อเนื่อง ทั้งการพบกับคริสตัล พาเลซ, โคเวนทรี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และซันเดอร์แลนด์ ก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติในเดือนกันยายน
อาการบาดเจ็บเล่นงานต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
ช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา โรดรีต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บหลายครั้ง โดยเฉพาะการฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า (ACL) เมื่อเดือนกันยายน ปี 2024 ซึ่งทำให้เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2024/25 ได้เพียง 3 นัด
ขณะที่ในฤดูกาลล่าสุด เขาก็ยังมีปัญหาสภาพร่างกายต่อเนื่อง จนได้ลงสนามในลีกเพียง 21 นัด เท่านั้น
อนาคตกับแมนฯ ซิตี้ ยังไม่ชัดเจน
ปัจจุบัน โรดรีเหลือสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกเพียง 1 ปี และตลอดช่วงที่ผ่านมา มีข่าวเชื่อมโยงกับ เรอัล มาดริด ที่ให้ความสนใจคว้าตัวไปร่วมทีม
อย่างไรก็ตาม ทั้งกุนซือคนใหม่ เอ็นโซ มาเรสกา และสโมสรยังต้องการให้โรดรีอยู่เป็นกำลังหลักต่อไป พร้อมเดินหน้าเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับเจ้าตัว
โรดรีเปิดใจ หลังผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดในชีวิตค้าแข้ง
หลังพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ โรดรียอมรับว่านี่คือช่วงเวลาที่เกินจะบรรยาย พร้อมเผยว่าการกลับมาจากอาการบาดเจ็บครั้งใหญ่คือสิ่งที่ทำให้เขาภูมิใจที่สุด
“ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนอยู่ในความฝัน แม้แต่ผมเองก็ยังไม่อยากเชื่อ”
เจ้าตัวเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาเป็นเวลาที่ยากลำบากอย่างมาก แต่หวังว่าประสบการณ์ของตัวเองจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่า
“เมื่อคุณล้มลง คุณก็สามารถลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง นั่นคือปรัชญาที่ผมใช้มาตลอดชีวิต”
โรดรียังกล่าวขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างในวันที่ยากลำบาก พร้อมทิ้งท้ายว่า
“ผมขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ แต่ที่สำคัญ ผมก็อยากขอบคุณตัวเองที่ไม่เคยยอมแพ้ในวันที่ตกต่ำที่สุด”



















