อเล็กซานเดอร์ อิซัค เตรียมกลับไปเยือน เซนต์ เจมส์ พาร์ค อีกครั้ง แต่คราวนี้เขาจะกลับมาในฐานะกองหน้าของลิเวอร์พูล และการกลับมาครั้งนี้คงไม่ใช่การรียูเนียนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแน่นอน
แฟนนิวคาสเซิลมีโอกาสแสดงความรู้สึกต่ออดีตกองหน้าคนสำคัญแบบเต็มที่ หลังการแยกทางของทั้งสองฝ่ายเมื่อปีที่แล้วเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยอิซัคเคยออกแถลงการณ์อย่างร้อนแรงว่า ความสัมพันธ์ของเขากับสโมสร “ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้” เพราะเรื่องคำสัญญาที่ไม่ได้รับการทำตามและความไว้ใจที่พังลง
หนึ่งปีผ่านไป อิซัคกำลังจะกลับมาเจอทีมเก่าอีกครั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าเสียงโห่จากอัฒจันทร์ คือคำถามว่า เขาจะเรียกฟอร์มระดับท็อปกลับมาในสีเสื้อลิเวอร์พูลได้เมื่อไร
ปีแรกกับลิเวอร์พูลที่ยังไม่เป็นอย่างที่หวัง
ลิเวอร์พูลทุ่มเงินถึง 130 ล้านปอนด์ เพื่อดึงอิซัคไปร่วมทีม ซึ่งทำให้เขากลายเป็นการเซ็นสัญญาที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษในตอนนั้น
แต่ฤดูกาลแรกที่แอนฟิลด์กลับแทบไม่เป็นไปตามที่หลายคนคาดหวัง
อิซัคทำได้เพียง 3 ประตูในพรีเมียร์ลีก ตลอดฤดูกาล ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็นหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของลีก
ส่วนหนึ่งมาจากการที่เขาย้ายทีมโดยแทบไม่ได้ผ่านช่วงปรีซีซั่นเต็มรูปแบบ ทำให้สภาพร่างกายยังไม่พร้อมสำหรับการออกสตาร์ตทันที จากนั้นในเดือนธันวาคม เจ้าตัวยังเจออาการ กระดูกน่องแตก ซึ่งทำให้โอกาสสร้างความต่อเนื่องของฟอร์มหายไปอีกครั้ง
สำหรับกองหน้าแล้ว จังหวะและความมั่นใจเป็นเรื่องสำคัญ และฤดูกาลแรกของอิซัคกับลิเวอร์พูลแทบไม่เปิดโอกาสให้เขาได้มีสองสิ่งนั้นเลย
ตัวเลขที่นิวคาสเซิลบอกชัดว่าเขาเก่งแค่ไหน
เหตุผลที่ลิเวอร์พูลยอมจ่ายเงินมหาศาลก็เพราะผลงานที่อิซัคเคยทำไว้กับนิวคาสเซิล
ในสองฤดูกาลสุดท้ายของเขาที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค มีเพียง เออร์ลิง ฮาลันด์ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เท่านั้นที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้มากกว่าเขา
อิซัคยังเป็นคนยิงประตูสำคัญใส่ลิเวอร์พูล ซึ่งกลายเป็นประตูชัยช่วยให้นิวคาสเซิลคว้าแชมป์และยุติการรอคอยโทรฟี่ที่ยาวนานถึง 56 ปี
สไตล์ของเขาอาจไม่ได้ดูแข็งแกร่งแบบกองหน้าที่แฟนบอลอังกฤษคุ้นตา รูปร่างสูงโปร่งและเคลื่อนที่อย่างลื่นไหล แต่จุดเด่นคือความนิ่งในกรอบเขตโทษ รวมถึงการจบสกอร์ที่ทำได้แทบทุกมุม
ในวันที่เข้าฟอร์ม อิซัคเป็นกองหน้าที่ดูเหมือน “มีเวลามากกว่าคนอื่นหนึ่งจังหวะ” เสมอ
และนั่นคืออิซัคที่แฟนลิเวอร์พูลยังแทบไม่ได้เห็น
กลับเซนต์ เจมส์ พาร์ค แต่เรื่องสำคัญคืออนาคต
บรรยากาศในเกมวันอาทิตย์นี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวในอดีต แฟนนิวคาสเซิลจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่าการจากไปของอิซัคเป็นการหักหลังสโมสร โดยเฉพาะเมื่อเขาเคยเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลรักมากที่สุด
แต่สำหรับตัวนักเตะ สิ่งที่เกิดขึ้นบนอัฒจันทร์เป็นเรื่องที่เขาควบคุมไม่ได้
สิ่งเดียวที่ทำได้คือพยายามพิสูจน์ตัวเองให้แฟนบอลในสีแดงของลิเวอร์พูลเห็น
อิซัคกำลังจะอายุครบ 27 ปี ในเดือนหน้า ซึ่งหมายความว่าเขาอยู่ในช่วงอายุที่ควรเป็นพีคของอาชีพแล้ว ลิเวอร์พูลเองก็ไม่ได้จ่ายเงินระดับ 130 ล้านปอนด์เพื่อซื้ออนาคตระยะยาวเพียงอย่างเดียว แต่หวังว่าจะได้กองหน้าที่พร้อมสร้างความแตกต่างทันที
ดังนั้นแม้การกลับไปเยือนนิวคาสเซิลครั้งนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องราวจากอดีต แต่สำหรับอิซัคแล้ว เกมนี้อาจเป็นเรื่องของ อนาคตมากกว่าความทรงจำ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าแฟนนิวคาสเซิลจะต้อนรับเขาอย่างไร
แต่คือ หนึ่งปีหลังการย้ายทีมครั้งประวัติศาสตร์ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ยังสามารถกลับมาเป็นกองหน้าคนเดิมที่ลิเวอร์พูลคิดว่าพวกเขาซื้อมาได้หรือไม่



















