เชลซีพังครึ่งหลัง! เบรนท์ฟอร์ดถล่ม 3-0 ปัญหาเกมรับ-ลูกตั้งเตะยังตามหลอกหลอน อลอนโซ่ยอมรับต้องเร่งแก้

เชลซี ยังคงเจอปัญหาเดิมซ้ำ ๆ หลังบุกไปแพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก เกมนี้ทีมของ ชาบี อลอนโซ่ แผ่วหนักในครึ่งหลัง และยังเสียประตูจากลูกตั้งเตะอีกครั้ง

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้เชลซีไม่ชนะในพรีเมียร์ลีกมา 3 นัดติดต่อกัน และเป็นการแพ้ครั้งที่ 11 ของพวกเขาในปีปฏิทินนี้ มากกว่าจำนวนความพ่ายแพ้ตลอดปี 2025 ทั้งปีเสียอีก ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ เชลซีเสียอย่างน้อย 2 ประตูเป็นเกมที่ 5 ติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของอลอนโซ่

“คุณต้องรู้สึกถึงมัน แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้สึกถึงมัน” อลอนโซ่กล่าวหลังจบเกม พร้อมยอมรับว่าทีมขาดความสม่ำเสมอและ “ความมุ่งมั่นในการแข่งขัน” ในช่วงครึ่งหลัง

เสียลูกตั้งเตะซ้ำซาก ปัญหาที่เชลซียังแก้ไม่ตก

หนึ่งในปัญหาที่เห็นชัดที่สุดของเชลซีคือ การรับมือลูกตั้งเตะ เบรนท์ฟอร์ดเป็นทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องลูกนิ่ง ทั้งลูกทุ่มไกลและลูกเตะมุม แต่เชลซีก็ยังรับมือไม่ได้ โดยประตูแรกของเกมมาจากจังหวะเตะมุมที่เปิดไปยังเสาไกล นี่ถือเป็นประตูที่เชลซีเสียจากลูกตั้งเตะถึง 4 ลูกจาก 5 เกมพรีเมียร์ลีกหลังสุด

หากนับตั้งแต่เริ่มฤดูกาลที่ผ่านมา เชลซีเสียประตูจากลูกตั้งเตะไปแล้ว 23 ลูก ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดร่วมของพรีเมียร์ลีก ที่น่าเจ็บใจกว่าคือ เบรนท์ฟอร์ดเตรียมแผนมาเล่นงานจุดนี้โดยตรง

“เราคุยกันตอนพักครึ่งว่าจะเล่นไปที่เสาไกล เพราะตรงนั้นมีพื้นที่ว่างมาก” วิตาลี่ ยาเนลต์ เผยกับ Sky Sports และเบรนท์ฟอร์ดก็ทำตามแผนทันทีตั้งแต่เตะมุมครั้งแรกของครึ่งหลัง

ปัญหานี้เกิดขึ้นทั้งที่เชลซีมี ออสติน แม็คฟี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโค้ชลูกตั้งเตะฝีมือดีที่สุดของลีกเข้ามาดูแลเรื่องนี้แล้ว ขณะที่ เบร์นาร์โด้ กวยบา อดีตโค้ชลูกตั้งเตะของเชลซี ซึ่งเคยทำงานกับเบรนท์ฟอร์ด ก็ยังอยู่กับสโมสรในบทบาทอื่น

ลีวาย โคลวิลล์ ยอมรับตรง ๆ ว่าเชลซีต้องทำให้ดีกว่านี้ “บางครั้งเราถูกคู่แข่งเล่นงานง่ายเกินไป เราต้องปรับปรุงเรื่องนี้ แต่เรายังเชื่อมั่นในโค้ชลูกตั้งเตะของเรา”

เกมรับยังเปิดช่องให้คู่แข่งเจาะง่ายเกินไป

ปัญหาของเชลซีไม่ได้มีแค่ลูกตั้งเตะเท่านั้น ทีมของอลอนโซ่ยังมีปัญหาในการป้องกันพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษและการรับมือคู่แข่งที่พาบอลเข้าไปในพื้นที่อันตรายเชลซีไม่สามารถเก็บคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 22 นัดติดต่อกัน

พวกเขาเสียประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์เฉลี่ยประมาณ 2.2 ลูกต่อเกม และตัวเลขคาดการณ์จากคุณภาพโอกาสยิงก็สะท้อนว่าคู่แข่งมีโอกาสสร้างอันตรายใส่เชลซีได้มากจริง ๆ

อีกหนึ่งตัวเลขที่น่ากังวลคือ เชลซีเป็นหนึ่งในทีมที่ปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสยิงในกรอบเขตโทษตัวเองมากที่สุดของลีก โดยเฉลี่ยราว 10 ครั้งต่อเกม

เมื่อเกมรับเปิดพื้นที่มากขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่เชลซีจะเจอปัญหาในการรักษาสกอร์นำ

พอเสียประตู เชลซีก็เริ่มเสียทรง

อีกสิ่งที่อลอนโซ่ต้องรีบแก้คือปฏิกิริยาของทีมหลังจากเสียประตู เชลซีออกสตาร์ตเกมได้ดีและมักสร้างความอันตรายได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกม แต่เมื่อถูกคู่แข่งยิงนำ พวกเขากลับมีปัญหาในการควบคุมสถานการณ์ “มันเกี่ยวกับทุกอย่าง ทั้งเรื่องสภาพจิตใจ ฟุตบอล และแท็กติกที่เราต้องพัฒนาต่อไป” “เมื่อเราเสียประตูแรก เรายังอยู่ในเกม แต่หลังจากนั้นเรากลับเสียรูปทรงและควบคุมเกมไม่ได้” อลอนโซ่กล่าว

เกมกับเบรนท์ฟอร์ดเป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะหลังจากเสียประตู เชลซีก็ไม่สามารถกลับมาอยู่ในเกมได้ และสุดท้ายโดนเจ้าบ้านยิงเพิ่มจนแพ้ไปแบบขาดลอย 0-3

ขาด ไกเซโด้ ยิ่งเห็นปัญหาแดนกลาง

การกลับมาของ มอยเซส ไกเซโด้ อาจช่วยให้แดนกลางของเชลซีมีความแข็งแกร่งมากขึ้น แต่การที่ทีมขาดเขาในเกมนี้ก็ทำให้เห็นปัญหาชัดเจน

สองแข้งใหม่อย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ วาเลนติน บาร์โก้ ได้ออกสตาร์ต แต่กลับเป็นเบรนท์ฟอร์ดที่ดูแข็งแกร่งกว่าในแดนกลาง

แม้แต่เรื่องขุมกำลังสำรอง เบรนท์ฟอร์ดก็ยังมีตัวเลือกที่พร้อมลงสนาม โดย มามาดู ซ็องกาเร่ เจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร ยังต้องนั่งสำรองนานกว่าหนึ่งชั่วโมง

แนวรุกก็สะดุดเมื่อ “JP Morgan” ถูกแยกออกจากกัน

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเกมรุกของเชลซี เกมนี้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลที่พวกเขาแยกสามประสานแนวรุกที่ถูกเรียกเล่น ๆ ว่า “JP Morgan” ออกจากกัน และผลที่ออกมาก็คือ เชลซีไม่สามารถทำประตูได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาล ตอนนี้ ชูเอา เปโดร ดูจะเป็นนักเตะที่มีอิทธิพลกับเกมรุกของทีมมากที่สุดในแง่การทำประตูและสร้างความแตกต่าง

อลอนโซ่ยังต้องใช้เวลา แต่ปัญหามีหลายจุดให้แก้

แน่นอนว่าอลอนโซ่เพิ่งเข้ามารับงาน และนี่คือทีมที่มีนักเตะใหม่ถึง 7 คนออกสตาร์ตในเกมนี้ ขณะที่เขาเองก็เป็นกุนซือคนที่ 4 ของเชลซีในช่วงเวลาเพียง 9 เดือน ดังนั้น การทำให้ทุกอย่างลงตัวในทันทีคงไม่ใช่เรื่องง่าย

แกรี่ เคฮิลล์ อดีตกัปตันทีมเชลซี มองว่าอลอนโซ่ควรได้รับเวลาในการทำงาน โดยเฉพาะช่วงหลายสัปดาห์ต่อจากนี้ที่จะมีเวลาซ้อมกับทีมมากขึ้น

“มันไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน เราควรได้เห็นแนวทางของเขาชัดเจนขึ้นในช่วง 5-7 สัปดาห์ข้างหน้า เพราะเขาจะมีเวลาในสนามซ้อมมากขึ้น” อย่างไรก็ตาม อลอนโซ่เองก็รู้ดีว่ายังมีหลายเรื่องที่ต้องแก้

“มันไม่ใช่แค่ลูกตั้งเตะ เราต้องพัฒนาการดวลตัวต่อตัว เกมบิลด์อัพ และการควบคุมเกมด้วย” โคลวิลล์ก็เห็นตรงกัน โดยบอกว่าเชลซีมีงานต้องทำอีกมากในช่วงพักเบรกทีมชาติ และจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมกับเบรนท์ฟอร์ด ดูเหมือนว่าเชลซีจะมีงานกองโตจริง ๆ

ติดตามเพิ่มเติม ::  ผลบอล7m

วิเคราะห์ฟุตบอล