เมอร์สันฟันธง! แมนยูฯ จมโซนตกชั้นเดือนธันวาคม ชี้ปัญหาเสริมทัพพลาดทำทีมเสียสมดุล

พอล เมอร์สัน อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ออกโรงวิจารณ์สถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างหนัก หลังทีมทำผลงานย่ำแย่ต่อเนื่อง พร้อมคาดการณ์ว่า “ปีศาจแดง” มีโอกาสหล่นลงไปอยู่ในโซนตกชั้นพรีเมียร์ลีกภายในเดือนธันวาคม หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในทีมได้

แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งบุกไปแพ้เชลซี 0-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานการณ์ของทีมยิ่งน่าเป็นห่วง หลังไม่ชนะใครในทุกรายการมาเกือบสองเดือน และคว้าชัยในเกมลีกได้เพียงนัดเดียวจากการพบกับอิปสวิช ทาวน์

ปัจจุบันทีมรั้งอันดับ 4 จากท้ายตารางพรีเมียร์ลีก โดยมีผลต่างประตูได้เสียเป็นตัวตัดสินที่ทำให้ยังไม่ตกลงไปอยู่ในสามอันดับสุดท้าย ซึ่งเมอร์สันมองว่าสถานการณ์อาจเลวร้ายลงอีกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เมอร์สันเชื่อแมนยูฯ มีโอกาสหล่นโซนตกชั้นเดือนธันวาคม

เมอร์สันมองว่า ไมเคิล คาร์ริค แทบไม่สามารถทำอะไรได้มากนักกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้อยู่ที่ตัวผู้จัดการทีมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องคุณภาพและทัศนคติของนักเตะภายในทีม

เขากล่าวว่า ช่วงครึ่งแรกของเกมกับเชลซี แมนฯ ยูไนเต็ด ยังทำผลงานได้ดี แต่สุดท้ายกลับทำพลาดจนต้องเสียเกมไป พร้อมย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการทีมระดับ คาร์โล อันเชล็อตติ, อาร์แซน เวนเกอร์, โชเซ่ มูรินโญ่ หรือแม้แต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อาจไม่สามารถพาทีมคว้าชัยได้ หากนักเตะยังเล่นผิดพลาดแบบเดิม

“ผมคงแปลกใจมาก หากแมนฯ ยูไนเต็ดไม่หล่นไปอยู่ในสามอันดับสุดท้ายภายในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งตอนนั้นพวกเขาก็ลงเล่นในลีกไปประมาณหนึ่งในสามของฤดูกาลแล้ว”

อย่างไรก็ตาม เมอร์สันไม่ได้มองว่าแมนฯ ยูไนเต็ดจะตกชั้นจริง ๆ แต่เชื่อว่าผลงานในเวลานี้ห่างไกลจากมาตรฐานของสโมสรอย่างมาก

ชี้ลิซานโดร มาร์ติเนซ คงไม่ได้ลงเล่นอีก หากอยู่ในยุคเฟอร์กูสัน

อีกหนึ่งประเด็นที่เมอร์สันพูดถึงคือเรื่องวินัยของนักเตะ โดยเฉพาะกรณีของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ซึ่งเขามองว่าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในยุคที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทีม กองหลังชาวอาร์เจนไตน์อาจไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้สโมสรอีกเลย

เมอร์สันเชื่อว่าปัจจุบันนักเตะบางคนได้รับค่าเหนื่อยสูงมาก แต่กลับไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อผลงานของทีมอย่างที่ควรจะเป็น และยังไม่มีบทลงโทษที่จริงจังเมื่อทำผิดพลาด

นอกจากนี้ เขายังมองว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งพอจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้ และคงไม่มีทางแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

วิจารณ์การเสริมทัพ ใช้เงินซื้อแนวรุกแต่ยังไม่ตอบโจทย์

เมอร์สันยังตำหนิการบริหารงานของสโมสร โดยเฉพาะการวางแผนเสริมทัพที่ผิดพลาดตั้งแต่ช่วงตลาดซื้อขายแรก ซึ่งทีมเลือกทุ่มเงินไปกับผู้เล่นแนวรุก แต่กลับไม่ได้คุณภาพตามที่คาดหวัง

เขายกตัวอย่าง มาเตอุส คุนญ่า, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และเบนจามิน เซสโก้ โดยมองว่าเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าดี แต่ยังไม่ใช่กองหน้าที่สามารถการันตีการยิงประตู 20-25 ลูกต่อฤดูกาลได้

เมอร์สันมองว่านักเตะที่สวมเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องรักษามาตรฐานการเล่นให้อยู่ในระดับ 7-7.5 คะแนนจาก 10 คะแนนได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่บางนัดเล่นได้ระดับ 9 คะแนน แต่เกมถัดไปกลับเหลือเพียง 4 คะแนน

เขาอธิบายว่า นักเตะอาจทำผลงานแบบขึ้น ๆ ลง ๆ ได้กับทีมอย่างวูล์ฟแฮมป์ตันหรือเบรนท์ฟอร์ด แต่สำหรับสโมสรระดับแมนฯ ยูไนเต็ด ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

เปรียบแมนยูฯ เหมือนสร้างบ้านบนแอ่งน้ำ ปัญหาใหญ่คือแดนกลางขาดสมดุล

อีกจุดที่เมอร์สันไม่เห็นด้วยคือการเสริมทัพในแดนกลาง โดยเฉพาะการใช้เงินประมาณ 50 ล้านปอนด์กับ อังเดร ซานโตส ซึ่งเขาตั้งคำถามถึงเหตุผลที่สโมสรตัดสินใจทุ่มเงินจำนวนดังกล่าว

ขณะที่ ยูริ ตีเลอมันส์ เป็นนักเตะที่เมอร์สันยอมรับในเรื่องคุณภาพ แต่ปัญหาคือทีมไม่มีผู้เล่นที่มีพละกำลังและความคล่องตัวมากพอคอยสนับสนุนรอบตัวเขา

เขามองว่าตอนที่ตีเลอมันส์เล่นให้แอสตัน วิลล่า เจ้าตัวมีเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยวิ่งและทำงานหนักรอบตัว ทำให้สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ ต่างจากสถานการณ์ในแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ขาดความสมดุลอย่างเห็นได้ชัด

เมอร์สันจึงเปรียบเทียบปัญหาของปีศาจแดงว่า

“คุณไม่สามารถสร้างบ้านบนแอ่งน้ำได้”

เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามเสริมผู้เล่นในตำแหน่งต่าง ๆ มากแค่ไหน แต่หากพื้นฐานของทีมยังไม่แข็งแกร่งและไม่มีสมดุลที่เหมาะสม การสร้างทีมให้กลับมายิ่งใหญ่ก็แทบเป็นไปไม่ได้

สุดท้าย เมอร์สันเชื่อว่าปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนผู้จัดการทีมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การบริหารระดับบน การวางแผนซื้อขายนักเตะ ไปจนถึงการสร้างมาตรฐานและความรับผิดชอบให้กับผู้เล่นทั้งทีม

ติดตามเพิ่มเติม ::  ผลบอล7m

วิเคราะห์ฟุตบอล