พอล เมอร์สัน อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ออกมาแสดงความเห็นถึงสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมองว่า ไมเคิล คาร์ริค จำเป็นต้องมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส อยู่ในทีม เพราะนี่คือนักเตะที่ดีที่สุดของสโมสร พร้อมกระตุ้นให้ มาเตอุส คุนญ่า ยกระดับความสม่ำเสมอในการเล่น หากต้องการประสบความสำเร็จกับทีมระดับยักษ์ใหญ่
แม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเพิ่งสร้างผลงานสุดระทึกด้วยการพลิกกลับมาเอาชนะ โรม่า 3-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังตกเป็นฝ่ายตามหลังถึงสองประตู แต่เมอร์สันมองว่าชัยชนะนัดนี้ยังไม่สามารถกลบปัญหาที่ทีมกำลังเผชิญอยู่ได้ทั้งหมด
ผลการแข่งขันดังกล่าวถือเป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 10 เกมของทัพปีศาจแดง และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการกลับมาสู่เกม อย่างไรก็ตาม เมอร์สันยังตั้งคำถามว่า คาร์ริคจะสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ต่อไปได้หรือไม่ โดยเฉพาะเกมพรีเมียร์ลีกที่จะต้องพบกับ แอสตัน วิลล่า ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งถ่ายทอดสดทาง Sky Sports
เมอร์สันย้ำ คาร์ริคต้องมีบรูโน่อยู่ในทีม
เมอร์สันเชื่อว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นนักเตะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดไม่ได้ และไม่ควรถูกดรอปออกจากทีมบ่อยครั้ง แม้บางช่วงอาจทำผลงานได้ไม่ดีนักก็ตาม เพราะในช่วงเวลาที่ยากลำบาก สโมสรจำเป็นต้องส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนาม
“ผมคิดว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส ต้องได้ลงเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาคือนักเตะที่ดีที่สุดของทีม และเมื่อคุณกำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก คุณก็ต้องมีผู้เล่นที่ดีที่สุดอยู่ในสนาม”
นอกจากนี้ เมอร์สันยังชื่นชมความกล้าหาญของบรูโน่ หลังจากพลาดจุดโทษในเกมดังกล่าว แต่ยังกล้ากลับมารับหน้าที่สังหารอีกครั้งภายใต้ความกดดันมหาศาล
“ผมรู้ว่าเขาถูกตัดชื่อออกจากทีมในเกมกับโรม่า แต่ผมไม่คิดว่าคุณจะสามารถดรอปเขาออกจากทีมได้ตลอด แม้เขาจะเล่นได้ไม่ดีนัก แต่เขาก็ยังต้องอยู่ในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะพวกเขาไม่มีนักเตะคนไหนที่ดีกว่าเขา”
“คุณไม่ควรทำร้ายตัวเองเพียงเพราะมีปัญหากับนักเตะคนหนึ่ง คุณต้องทำให้เขาอยู่ข้างเดียวกับคุณ”
เมอร์สันยังยกคำพูดของ ไบรอัน คลัฟ อดีตผู้จัดการทีมระดับตำนาน ที่เคยสอนว่า เมื่อทีมกำลังเผชิญกับช่วงเวลายากลำบาก สิ่งแรกที่ควรทำคือกลับไปใช้ทีมชุดที่ดีที่สุด
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขามองว่า คาร์ริคควรให้บรูโน่เป็นหัวใจสำคัญของทีม เพราะตราบใดที่กัปตันชาวโปรตุเกสทำผลงานได้ดี แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังมีโอกาสคว้าชัยชนะได้เสมอ
อย่างไรก็ตาม เมอร์สันมองว่าปัญหาสำคัญของปีศาจแดงไม่ได้อยู่แค่เรื่องการจัดตัวผู้เล่น แต่ยังรวมถึงความสม่ำเสมอระหว่างเกมด้วย
“พวกเขาต้องเป็นทีมที่เล่นได้ดีตลอด 90 นาทีมากกว่านี้ เกมกับเชลซีเมื่อวันเสาร์ พวกเขาทำได้ดีมากในครึ่งแรก ส่วนเกมกับโรม่า ก็มีช่วงเวลาที่เล่นได้ดีในครึ่งหลัง แต่คุณไม่สามารถหวังว่าจะชนะได้ด้วยการเล่นดีเป็นช่วง ๆ แบบนี้”
“คุณต้องเล่นฟุตบอลให้ดีสัก 70-75 นาที ไม่ใช่เล่นดีแค่ 10 นาทีบ้าง 15 นาทีบ้าง”
จี้คุนญ่าเลิกฟอร์มผีเข้าผีออก หากอยากเป็นแข้งระดับแมนยูฯ
อีกหนึ่งประเด็นที่เมอร์สันพูดถึงคือฟอร์มการเล่นของ มาเตอุส คุนญ่า แนวรุกชาวบราซิเลียน โดยยอมรับว่าชื่นชอบความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของนักเตะรายนี้ แต่ยังมองว่าผลงานในสนามขาดความสม่ำเสมออย่างเห็นได้ชัด
“มาเตอุส คุนญ่า เป็นนักเตะที่มีแพสชั่นสูง และผมชอบเรื่องนี้ในตัวเขา แต่ผมเคยพูดถึงฟอร์มการเล่นของเขาไปแล้วว่า บางสัปดาห์เขาเล่นได้ระดับ 9 คะแนน แต่สัปดาห์ต่อมากลับเหลือแค่ 4 คะแนน”
เมอร์สันอธิบายว่า สมัยที่คุนญ่าเล่นให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน การมีผลงานยอดเยี่ยมในบางนัดแล้วฟอร์มตกในเกมถัดไปอาจยังพอเข้าใจได้ เพราะเป็นทีมที่ต้องต่อสู้เพื่อหนีจากโซนท้ายตาราง
แต่เมื่อย้ายมาอยู่กับสโมสรใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ความคาดหวังย่อมแตกต่างออกไป นักเตะจำเป็นต้องรักษามาตรฐานการเล่นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
“เมื่อคุณเล่นให้กับสโมสรขนาดใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คุณต้องรักษาฟอร์มให้อยู่ในระดับ 7 หรือ 7.5 คะแนนทุกสัปดาห์ คุณอาจมีวันที่เล่นได้ 8 หรือ 9 คะแนน แต่คุณไม่สามารถเล่นได้ 9 คะแนนในสัปดาห์หนึ่ง แล้วสัปดาห์ต่อมากลับเหลือแค่ 4 คะแนน”
“นี่คือความแตกต่างเมื่อคุณย้ายมาอยู่กับสโมสรใหญ่ ทีมเหล่านี้ต้องการชัยชนะในทุกสัปดาห์ พวกเขาไม่สามารถฝากความหวังไว้กับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเพียงไม่กี่นัดได้”
เมอร์สันยังมองว่าคุนญ่าอาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับความกดดันและความคาดหวังที่สูงขึ้น หลังจากเคยค้าแข้งกับวูล์ฟแฮมป์ตัน แต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องยอมรับเมื่อเลือกมาเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด
ยกตัวอย่างบาเลบา ชี้เล่นให้ทีมใหญ่ต้องรับแรงกดดันให้ได้
เมอร์สันยังยกกรณีของ คาร์ลอส บาเลบา ขึ้นมาเปรียบเทียบ โดยมองให้เห็นถึงความแตกต่างของแรงกดดันระหว่างการเล่นให้สโมสรระดับกลางกับทีมใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เขายอมรับว่าน่าเสียดายที่บาเลบาได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง แต่เชื่อว่านักเตะคงได้สัมผัสกับความคาดหวังที่แตกต่างออกไป หลังจากย้ายจากไบรท์ตันมาอยู่กับสโมสรที่มีแรงกดดันสูงกว่าเดิม
“ลองดู คาร์ลอส บาเลบา เขาเพิ่งย้ายเข้ามา และเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เขามีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง”
“แต่เขาคงกำลังคิดว่า ตอนอยู่ไบรท์ตัน เวลาทีมแพ้ก็แทบไม่มีใครพูดถึงอะไร แต่ตอนนี้เมื่อมาอยู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แค่แพ้ทีมระดับท็อปทีมหนึ่ง ทุกคนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจบเกม”
เมอร์สันปิดท้ายว่า นี่คือสภาพแวดล้อมของการเล่นให้สโมสรระดับโลก นักเตะทุกคนต้องเข้าใจว่าความคาดหวังและมาตรฐานย่อมสูงตามชื่อเสียงของสโมสร
สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด เกมพบแอสตัน วิลล่า ในวันอาทิตย์นี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของไมเคิล คาร์ริค ว่าจะสามารถต่อยอดจากชัยชนะเหนือโรม่าได้หรือไม่ และทำให้ทีมกลับมาเล่นได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งเกม แทนที่จะรอสร้างปาฏิหาริย์ในช่วงท้ายเหมือนที่ผ่านมา



















