พอล เมอร์สัน มั่นใจ ไบรท์ตัน มีสิทธิ์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว หากบุกโค่น ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ในสองเกมสำคัญ พร้อมยกย่องผลงานของ ฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ ที่กำลังพาทัพนกนางนวลบินสูงเกินความคาดหมาย
เวลานี้ ไบรท์ตันกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรง หลังคว้าชัยในพรีเมียร์ลีก 4 นัดติดต่อกัน ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตาราง เป็นรองเพียงแมนฯ ซิตี้ และอาร์เซน่อลเท่านั้น และหากรักษามาตรฐานการเล่นแบบนี้ต่อไป โอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ในฤดูกาลนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่ก่อนจะฝันไกล ไบรท์ตันต้องผ่านด่านหินให้ได้เสียก่อน เมื่อมีคิวบุกเยือนลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ในวันอาทิตย์นี้ ก่อนเดินทางไปวัดคมกับแมนฯ ซิตี้ ที่เอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 31 ตุลาคม โดยทั้งสองเกมถือเป็นบททดสอบสำคัญที่อาจเปลี่ยนสถานะของพวกเขาจากทีมฟอร์มแรง ให้กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างจริงจัง
เมอร์สันมองว่า หากไบรท์ตันสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งสองนัด ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปทันที
“ถ้าพวกเขาชนะสองเกมถัดไป ผมบอกได้เลยว่า พวกเขาจะเป็นทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าตอนนั้นฤดูกาลจะผ่านไปถึงไหนแล้วก็ตาม”
“หลังจากนั้น พวกเขาจะออกไปเล่นเกมเยือนด้วยความเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถชนะได้ทุกสนาม”
ลิเวอร์พูลยังไม่ลงล็อก ไบรท์ตันมีสิทธิ์เล่นงาน
เมอร์สันมองว่า ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แม้จะเป็นทีมใหญ่ที่มีแรงกดดันและความคาดหวังสูง แต่หากปล่อยให้ไบรท์ตันเล่นตามเกมของตัวเอง ก็มีโอกาสเจองานหนักได้เหมือนกัน
“ลิเวอร์พูลไม่ได้เล่นดีแบบที่ควรจะเป็นในตอนนี้ พวกเขายังไม่ได้โชว์ฟอร์มที่ทำให้ทุกคนต้องทึ่ง แต่ถ้าแพ้ไบรท์ตันขึ้นมา มันจะกลายเป็นข่าวใหญ่ทันที”
“ถ้าดูจากฟอร์มตอนนี้ คุณอาจพูดได้ว่าไบรท์ตันเล่นได้ดีกว่าลิเวอร์พูลด้วยซ้ำ แต่ฟุตบอลไม่ได้วัดกันแค่ฟอร์ม เพราะทีมใหญ่มีเรื่องของความกดดันและสภาพจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”
อย่างไรก็ตาม การไปเยือนแอนฟิลด์ไม่ใช่งานง่ายสำหรับไบรท์ตัน เพราะพวกเขาไม่สามารถบุกคว้าชัยที่สนามแห่งนี้ได้ตลอด 6 ครั้งหลังสุดในทุกรายการ ขณะที่ลิเวอร์พูลก็ยังต้องการพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน
ชนะหนึ่ง แพ้หนึ่ง ยังดีกว่าเสมอสองนัด
เมอร์สันยังมองว่า หากไบรท์ตันแพ้ทั้งลิเวอร์พูลและแมนฯ ซิตี้ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย เพราะทั้งสองทีมต่างเป็นคู่แข่งระดับท็อป แต่หากเลือกได้ เขาอยากเห็นทีมของเฮือร์เซเลอร์คว้าชัยอย่างน้อยหนึ่งนัด มากกว่าจบด้วยผลเสมอทั้งสองเกม
“ถ้าพวกเขาแพ้สองทีมนี้ ก็ไม่มีใครตำหนิพวกเขาหรอก แต่ถ้าเสมอทั้งสองนัด นั่นก็ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมเหมือนกัน”
“ถึงอย่างนั้น ผมยังคิดว่าชนะหนึ่งนัดและแพ้อีกหนึ่งนัดดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้ว ฟุตบอลก็คือเกมที่คุณต้องชนะให้ได้”
นี่คือโอกาสสำคัญที่ไบรท์ตันจะพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขามีดีมากกว่าแค่การออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างร้อนแรง และสามารถยืนระยะต่อกรกับทีมใหญ่ได้จริง
เพรสซิ่งดุดัน จุดแข็งที่ทีมใหญ่ไม่อยากเจอ
อีกหนึ่งสิ่งที่เมอร์สันประทับใจคือแนวทางการเล่นของไบรท์ตัน โดยเฉพาะการเพรสซิ่งที่รวดเร็ว การบีบพื้นที่ และการไล่กดดันคู่แข่งจนแทบไม่มีเวลาตั้งเกม ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้พวกเขารับมือกับทีมชั้นนำได้อย่างสูสี
“ผมชอบสิ่งที่ไบรท์ตันกำลังทำมาก พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ผมดูเกมที่เจอกับอาร์เซน่อลแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไล่กดดันคู่แข่ง เล่นด้วยจังหวะที่รวดเร็ว และบีบจนอีกฝ่ายแทบหายใจไม่ออก”
“ไม่ว่าคุณจะเป็นนักฟุตบอลที่เก่งแค่ไหน หากโดนกดดันจนเสียความมั่นใจ คุณก็แทบทำอะไรไม่ได้”
เมอร์สันเชื่อว่า แม้ไบรท์ตันจะมีโปรแกรมหนักรออยู่ แต่สองเกมนี้กลับเป็นโอกาสดีที่จะพิสูจน์ศักยภาพของทีมให้ทุกคนเห็น พร้อมยอมรับว่าหากเป็นฝั่งลิเวอร์พูลหรือแมนฯ ซิตี้ ก็คงไม่อยากเผชิญหน้ากับไบรท์ตันในช่วงที่กำลังมั่นใจแบบนี้
สองเกมต่อจากนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลสำหรับไบรท์ตัน หากผ่านทั้งลิเวอร์พูลและแมนฯ ซิตี้ ไปได้ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม คำว่า “ม้ามืด” อาจไม่เพียงพอที่จะอธิบายสถานะของพวกเขาอีกต่อไป เพราะนกนางนวลทีมนี้กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า พร้อมท้าชนทุกทีมบนเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก



















