คาร์ลาลแบร์โต ลูดี้ ผู้อำนวยการกีฬาของโคโม่ เปิดใจถึงบทบาทสำคัญของ เชส ฟาเบรกาส ที่พาสโมสรเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากทีมลีกรองของอิตาลีสู่เวทีแชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมย้อนความทรงจำสมัยลงเล่นร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนทั้งคู่มีโอกาสกลับมาพบกันอีกครั้ง
ฟาเบรกาส หัวใจสำคัญที่ยกระดับโคโม่
เส้นทางของ โคโม่ กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าจับตามองที่สุดของวงการฟุตบอลอิตาลี หลังสโมสรไต่ระดับจากลีกล่างขึ้นมาสู่เซเรีย อา และก้าวไปถึงเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกได้อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับทีมดังจากอิตาลี ความสำเร็จในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะเป้าหมายสำคัญคือการรักษามาตรฐานและยืนหยัดเป็นทีมแถวหน้าของประเทศให้ได้ในระยะยาว
คาร์ลาลแบร์โต ลูดี้ ผู้อำนวยการกีฬาของโคโม่ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Sky Sports News โดยยกเครดิตสำคัญให้กับ เชส ฟาเบรกาส เฮดโค้ชหนุ่มชาวสเปน ซึ่งเข้ามาร่วมงานกับสโมสรตั้งแต่ปี 2022 ในช่วงที่ทีมยังแข่งขันอยู่ในเซเรีย บี
ในเวลานั้น ฟาเบรกาสยังอยู่ในช่วงปลายอาชีพนักฟุตบอล ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดและเริ่มต้นเส้นทางโค้ชกับทีมเยาวชนของสโมสร จนได้รับโอกาสก้าวขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ในเวลาต่อมา
ผลงานของเขาน่าประทับใจอย่างมาก โดยมีส่วนสำคัญในการพาโคโม่เลื่อนชั้นสู่เซเรีย อา เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี ก่อนจะนำทีมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสรในฤดูกาลที่ผ่านมา
ลูดี้มองว่า สิ่งที่ฟาเบรกาสนำมาสู่ทีมไม่ได้มีแค่เรื่องแท็กติกหรือผลงานในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานและทัศนคติของคนทั้งสโมสรด้วย
“เชสสร้างความแตกต่างอย่างมาก ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่รวมถึงนอกสนามด้วย ทั้งวัฒนธรรมของสโมสร ความเป็นมืออาชีพ และทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง”
“เขานำแนวคิดและทัศนคติของตัวเองเข้ามาในสโมสร ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราพัฒนาและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว”
“พูดตามตรง เราทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในสนาม และต้องขอบคุณเขาที่ช่วยยกระดับความคิดของพวกเรา จนทีมพร้อมแข่งขันเพื่อเป้าหมายอย่างการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก”
ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง แม้อายุยังน้อยในเส้นทางโค้ช
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ลูดี้ประทับใจในตัวฟาเบรกาส คือความเปิดกว้างและความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ แม้จะเป็นอดีตนักเตะระดับโลกที่ผ่านประสบการณ์ในวงการฟุตบอลมาอย่างโชกโชน แต่เจ้าตัวก็ยังพร้อมรับฟังและพัฒนาตัวเองต่อไป
“เขายังอายุน้อยมาก แต่เป็นคนที่เปิดกว้างทางความคิดจริง ๆ และเป็นคนแรกที่ต้องการพัฒนาตัวเองและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ”
“สำหรับผม นี่คือหนึ่งในคุณสมบัติที่ดีที่สุดของเขา และมันกำลังสร้างความแตกต่างให้กับทีมอย่างชัดเจน”
ลูดี้ยังอธิบายด้วยว่า บุคลิกและแนวทางการเล่นของฟาเบรกาสในสมัยเป็นนักฟุตบอล คือภาพสะท้อนของทีมโคโม่ที่สโมสรกำลังพยายามสร้างขึ้นมา
“ทีมของเราคือ เชส ฟาเบรกาส ในสนาม เราต้องการความกล้า ความฉลาด และพรสวรรค์จากนักเตะ เรากำลังพยายามทำให้ทีมมีคุณสมบัติเหล่านั้นเหมือนกับตัวเขา”
“แนวทางที่เชสเป็นอยู่ในตอนนี้ รวมถึงสิ่งที่เขาเคยเป็นในฐานะนักฟุตบอล คือสิ่งที่เราอยากเห็นจากทีมของเรา”
ก่อนดวลแมนยู ฟาเบรกาสแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ
ก่อนเกมที่โคโม่เตรียมพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรยากาศในการแถลงข่าวก่อนการแข่งขันก็สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจและบุคลิกความเป็นผู้นำของฟาเบรกาสได้เป็นอย่างดี
เฮดโค้ชชาวสเปนนั่งแถลงข่าวร่วมกับ นิโก้ ปาซ นักเตะที่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ รวมถึงโอกาสที่เขาอาจก้าวขึ้นไปเป็นกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในอนาคต
ท่าทีที่สุขุมและการตอบคำถามอย่างมั่นใจแสดงให้เห็นว่า ฟาเบรกาสกำลังสร้างอิทธิพลและได้รับความเชื่อมั่นจากคนในสโมสรอย่างมาก
แม้คำว่า “ออร่า” จะถูกนำมาใช้ในวงการฟุตบอลอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับฟาเบรกาส ผลงานที่เขาสร้างให้กับโคโม่ตลอดช่วงที่ผ่านมา ก็ทำให้เห็นได้ชัดว่าเขามีอิทธิพลต่อสโมสรแห่งนี้มากเพียงใด
ลูดี้ย้อนความทรงจำ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สมัยดาวรุ่ง
นอกจากเรื่องราวความสำเร็จของโคโม่แล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือการกลับมาพบกันของลูดี้กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งทั้งคู่เคยลงเล่นร่วมกันสมัยอยู่กับโนวารา สโมสรในอิตาลี
การกลับมาเผชิญหน้ากันในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้ลูดี้ได้ย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่บรูโน่ยังเป็นนักเตะดาวรุ่ง ก่อนจะพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน
เรื่องราวของทั้งสองคนสะท้อนให้เห็นเส้นทางที่แตกต่างกันในโลกฟุตบอล ขณะที่บรูโน่ก้าวขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีก ลูดี้ก็เดินหน้าทำงานเบื้องหลังและมีส่วนร่วมในการสร้างโคโม่ให้เติบโตจนกลายเป็นสโมสรที่น่าจับตามองของอิตาลี
สำหรับโคโม่ การเผชิญหน้ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้เป็นเพียงเกมสำคัญในสนามเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบททดสอบว่าทีมจะสามารถรักษามาตรฐานและแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่เกิดขึ้นภายใต้การทำงานของฟาเบรกาสได้มากแค่ไหน
เพราะเป้าหมายของสโมสรไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างประวัติศาสตร์ แต่คือการทำให้ความสำเร็จครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ที่ยั่งยืนในระยะยาว



















