ประตูชัยของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี กลายเป็นประเด็นร้อน หลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ภายหลังองค์กรผู้ตัดสินอย่าง Pro Ref ออกมายอมรับว่า การให้ประตูดังกล่าวเป็น “ความผิดพลาดในการตัดสิน”
คำถามสำคัญคือ แล้วเหตุใด VAR ถึงปล่อยให้ประตูนี้เกิดขึ้น?
Pro Ref ยอมรับผิด แต่คำอธิบายยังไม่เคลียร์
เดิมทีประตูของฮาลันด์ถูกยกธงล้ำหน้าในสนาม ก่อนที่ VAR จะเข้ามาตรวจสอบและกลับคำตัดสินให้เป็นประตู
VAR มองว่าฮาลันด์ไม่ได้ล้ำหน้า เนื่องจากมี แพทริค ดอร์กู กองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนทำให้ดาวยิงแมนฯ ซิตี้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ล้ำหน้า
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ เอนโซ เฟร์นานเดซ นักเตะแมนฯ ซิตี้ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า และพยายามเล่นบอลก่อนที่บอลจะไปถึงฮาลันด์
Pro Ref ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า ประตูนี้ไม่ควรถูกให้ โดยระบุว่า VAR “ไม่สามารถประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากตำแหน่งของนักเตะได้อย่างเหมาะสม”
แต่คำอธิบายดังกล่าวยังทิ้งคำถามไว้ไม่น้อย เพราะเฟร์นานเดซอยู่ห่างจากประตูเพียงไม่กี่หลา และยังพยายามพุ่งโหม่งบอลระหว่างผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
ดังนั้นจึงยากที่จะเข้าใจว่า เหตุใด VAR ถึงมองว่าเขาไม่ได้ส่งผลต่อจังหวะการเล่น
VAR อาจมัวแต่ดูว่า เฟร์นานเดซ “โดนบอลหรือไม่”
คำอธิบายที่ดูมีเหตุผลมากที่สุดในตอนนี้คือ VAR อาจให้ความสำคัญกับประเด็นว่า เฟร์นานเดซสัมผัสบอลหรือไม่ มากเกินไป
ระหว่างเกม บัญชี Match Centre เคยโพสต์อธิบายว่า VAR พิจารณาแล้วว่า แม้เฟร์นานเดซจะอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า แต่เขา ไม่ได้เล่นหรือสัมผัสบอล
ภาพรีเพลย์ที่ออกอากาศก็แสดงให้เห็นว่า ทีม VAR ดูเหมือนจะกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเฟร์นานเดซโดนบอลหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นั่นอาจเป็นจุดที่เกิดความผิดพลาด
เพราะตามกติกาล้ำหน้า นักเตะไม่จำเป็นต้องสัมผัสบอลเสมอไป หากการเคลื่อนที่หรือการพยายามเล่นบอลของเขา ส่งผลกระทบต่อคู่แข่งหรือจังหวะการเล่น ก็อาจถือเป็นการล้ำหน้าได้
พูดง่าย ๆ คือ VAR อาจโฟกัสกับคำถามว่า “เฟร์นานเดซโดนบอลไหม?” จนละเลยคำถามที่สำคัญกว่าอย่าง “การพยายามเล่นบอลของเขาส่งผลต่อเกมหรือไม่?”
แล้วทำไม Pro Ref ถึงบอกว่าควรส่งผู้ตัดสินไปดูจอ?
อีกประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใด Pro Ref จึงมองว่า VAR ควรส่งจังหวะนี้ให้ผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ ไปดูภาพรีเพลย์ข้างสนาม
เหตุผลคือ การตัดสินครั้งแรกในสนามเป็นการจับ ฮาลันด์ล้ำหน้า แต่เมื่อ VAR ตรวจสอบแล้ว พบว่าฮาลันด์ไม่ได้ล้ำหน้า
จากนั้น VAR จึงไปตรวจสอบเฟร์นานเดซ และยืนยันได้ว่าเขาอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าจริง
อย่างไรก็ตาม การตัดสินว่าเฟร์นานเดซ มีส่วนรบกวนการเล่นหรือส่งผลกระทบต่อคู่แข่งหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องใช้การตีความและดุลยพินิจของผู้ตัดสิน
VAR จึงไม่สามารถยืนยันได้ทันทีว่า คำตัดสินเดิมที่ไม่ให้ประตูนั้นถูกต้อง แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะมีเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่สามารถทำให้ประตูถูกยกเลิกได้
ดังนั้น ทางออกที่เหมาะสมคือ VAR ควรส่งไมเคิล โอลิเวอร์ไปดูจังหวะดังกล่าวด้วยตัวเอง เพื่อพิจารณาว่าเฟร์นานเดซมีส่วนกับการเล่นมากพอที่จะถือว่าล้ำหน้าหรือไม่
นายประตูแมนฯ ยูไนเต็ดก็ได้รับผลกระทบ?
คำตอบคือ ใช่
ภาพช้าแสดงให้เห็นว่า ผู้รักษาประตูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีปฏิกิริยาต่อการเคลื่อนที่ของเฟร์นานเดซ โดยยกแขนขึ้นและขยับตัวเพื่อเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่เฟร์นานเดซจะโหม่งบอล
การพยายามเล่นบอลของเฟร์นานเดซจึงอาจส่งผลต่อการตัดสินใจและการเคลื่อนที่ของผู้รักษาประตู ก่อนที่ฮาลันด์จะเข้ามาจบสกอร์
นอกจากนี้ ผู้เล่นฝ่ายรับคนอื่นก็อาจได้รับผลกระทบจากตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของเฟร์นานเดซเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ประตูดังกล่าวจึงควรถูกยกเลิก ไม่ว่าจะพิจารณาว่าผู้รักษาประตูถูกรบกวนมากน้อยแค่ไหนก็ตาม เพราะการอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าและพยายามเล่นบอลของเฟร์นานเดซถือเป็นประเด็นสำคัญที่ VAR พลาดในการประเมิน
สรุป: ความผิดพลาดที่เกิดจากการมองจุดผิด?
Pro Ref ยอมรับแล้วว่าการให้ประตูชัยของฮาลันด์เป็นความผิดพลาด แต่รายละเอียดที่แท้จริงของการทำงาน VAR ยังเป็นที่ถกเถียง
สิ่งที่ดูชัดเจนคือ VAR อาจให้ความสำคัญกับการตรวจสอบว่า เฟร์นานเดซสัมผัสบอลหรือไม่ มากเกินไป ทั้งที่ประเด็นสำคัญคือ นักเตะที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าคนนั้น มีส่วนหรือส่งผลกระทบต่อการเล่นของฝ่ายตรงข้ามหรือไม่
และนั่นทำให้ประตูที่ควรถูกยกเลิก กลายเป็นประตูชัยของฮาลันด์ พาแมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกคว้าชัยเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในเกมดาร์บีที่เต็มไปด้วยข้อถกเถียง



















