ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี อิราโอลา ออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่แบบยังไม่แพ้ใคร แต่ผลงานในพรีเมียร์ลีกกลับคว้าชัยได้เพียง 1 จาก 4 นัดที่ผ่านมา ขณะที่เกมล่าสุดเปิดบ้านเสมอ ฟูแล่ม แบบน่าผิดหวัง จนเริ่มมีคำถามว่า “หงส์แดง” จะรับมือกับโปรแกรมถี่และสไตล์การเล่นที่ใช้พลังงานสูงของกุนซือชาวสเปนได้ดีแค่ไหน
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของ อิราโอลา คือการบริหารสภาพร่างกายของนักเตะ เพราะระบบของเขาต้องการให้ทีมเล่นด้วยความเข้มข้นสูง โดยเฉพาะการไล่เพรสซิ่งและการเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล
อิราโอลายอมรับว่า นักเตะแต่ละคนรับมือกับโปรแกรมการแข่งขันที่ต้องลงสนามทุก 2-3 วันได้ไม่เหมือนกัน
“มีนักเตะบางคนที่เล่นทุกสามวันได้โดยไม่มีปัญหา พวกเขารับมือกับมันได้ และผลงานก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ก็มีนักเตะอีกกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากกว่า และฟอร์มการเล่นอาจแตกต่างออกไป”
กุนซือชาวสเปนยังบอกด้วยว่า เขาต้องใช้เวลาเรียนรู้ว่านักเตะคนไหนสามารถลงเล่นต่อเนื่องได้ และใครควรได้รับการพักเพื่อรักษาระดับฟอร์มให้ดีที่สุด
“ผมต้องเรียนรู้ว่าใครพร้อมเล่นทุกสองหรือสามวัน และใครควรได้พักเพื่อไม่ให้ระดับการเล่นของพวกเขาลดลง”
“ผมพอจะมีไอเดียเกี่ยวกับนักเตะบางคนอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนมันเป็นเรื่องใหม่ เพราะพวกเขายังไม่เคยลงเล่นจำนวนมากขนาดนี้ ดังนั้นเรากำลังเรียนรู้ไปด้วยกัน”
เกมกับฟูแล่มสะท้อนปัญหาชัดเจน
หนึ่งในคำตอบแรกที่ อิราโอลา ได้รับเกิดขึ้นในเกมที่แอนฟิลด์ เมื่อ ลิเวอร์พูล ทำได้เพียงเสมอกับ ฟูแล่ม แบบไร้สกอร์ หลังจากเพิ่งผ่านเกมหนักในฟุตบอลยุโรปมาไม่กี่วันก่อนหน้านั้น
ลิเวอร์พูลต้องออกแรงอย่างหนักในเกมกลางสัปดาห์กับ แอตเลติโก มาดริด โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาต้องเร่งเครื่องกลับมาเอาชนะคู่แข่งได้สำเร็จ ก่อนจะกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกด้วยช่วงพักที่สั้นมาก
อิราโอลายอมรับตรง ๆ ว่าเรื่องนี้ส่งผลต่อทีมอย่างชัดเจน
“ความสดลดลงอย่างแน่นอน เราไม่สามารถปิดบังเรื่องนี้ได้”
กุนซือ ลิเวอร์พูล ยังมองว่าโปรแกรมครั้งนี้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีเวลาพักระหว่างเกมน้อยที่สุดตามกฎของพรีเมียร์ลีก แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือสิ่งที่ทีมระดับท็อปต้องเจออีกหลายครั้งตลอดฤดูกาล
“นี่จะเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง บางครั้งเราอาจมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวัน แต่บางครั้งมันก็อาจเกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันอีก”
โปรแกรมสุดโหดกำลังรออยู่
หากมองไปที่โปรแกรมข้างหน้า ลิเวอร์พูลยังมีช่วงที่ต้องลงสนามแบบถี่ยิบอีกหลายครั้ง ซึ่งนั่นอาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับแนวทางการเล่นของ อิราโอลา
ในเดือนถัดไป ลิเวอร์พูลมีเกมใหญ่ในบ้านพบ อาร์เซนอล ก่อนจะต้องเดินทางไปเยือน เฟเนร์บาห์เช ในเกมยุโรปช่วงกลางสัปดาห์ และกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกด้วยการบุกเยือน คริสตัล พาเลซ
ขณะที่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ลิเวอร์พูลจะต้องไปเยือน คลับ บรูช โดยโปรแกรมถูกคั่นกลางระหว่างเกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน
นี่คือความจริงของการเป็นทีมระดับหัวแถวที่ต้องลงเล่นทั้งในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ลิเวอร์พูลมีนักเตะดีพอหรือไม่ แต่คือ นักเตะเหล่านั้นจะสามารถรักษาความเข้มข้นของระบบการเล่นเอาไว้ได้หรือเปล่า เมื่อจำเป็นต้องลงสนามแทบทุกสามวัน
เพรสซิ่งหนัก ต้องแลกมาด้วยพลังงาน
สิ่งที่ อิราโอลา ต้องการจาก ลิเวอร์พูลแตกต่างจากรูปแบบเดิมในบางส่วน โดยเฉพาะการเล่นเมื่อไม่มีบอลที่ต้องอาศัยความขยันและการวิ่งไล่กดดันคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น เขาเคยยอมรับว่า กำลังขอให้นักเตะทำบางอย่างที่แตกต่างออกไป
“ผมกำลังขอให้พวกเขาทำบางอย่างที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยเฉพาะตอนที่ไม่มีบอล และผมคิดว่าพวกเขากำลังพยายามปรับตัวเข้ากับมัน”
อเล็กซานเดอร์ อิซัค ก็เคยพูดถึงเรื่องนี้หลังเกมอุ่นเครื่องกับ โมนาโก เช่นกัน โดยยืนยันว่าทุกคนกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อทำให้ระบบของทีมทำงานได้
“พวกเราทุกคนกำลังทำงานหนักเพื่อทำให้ทุกอย่างลงตัว”
แต่เกมกับฟูแล่มถือเป็นบททดสอบจริงครั้งแรกว่า เมื่อความเหนื่อยล้าจากโปรแกรมยุโรปมาชนเข้ากับระบบที่ต้องใช้พลังงานสูง ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร
ลิเวอร์พูลเพิ่งผ่านเกมแชมเปียนส์ลีกที่ต้องออกแรงอย่างหนักต่อหน้าแฟนบอลในแอนฟิลด์ และต้องกลับมาเจอ ฟูแล่ม ที่บีบให้พวกเขาต้องเป็นฝ่ายเดินเกมและเร่งจังหวะ
สุดท้ายความสดที่หายไปกลายเป็นปัญหาสำคัญ
อิราโอลาวิเคราะห์เรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนหลังจบเกม โดยชี้ไปที่ปัญหาการเพรสซิ่งของทีม
“โดยเฉพาะในครึ่งแรก เราเข้าไปเพรสช้าเกินไป”
ลิเวอร์พูลพยายามแก้เกมในช่วงพักครึ่ง มีการปรับรายละเอียดทางแท็กติกเพื่อให้ทีมกลับมาเล่นด้วยความเข้มข้นมากขึ้น แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้หายไปทั้งหมด
บททดสอบสำคัญของ อิราโอลา
สิ่งที่เกิดขึ้นกับฟูแล่มอาจเป็นเพียงสัญญาณเตือนแรกของฤดูกาล เพราะยิ่งเดินหน้าต่อไป ลิเวอร์พูลจะต้องเจอกับโปรแกรมที่แน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ระบบเพรสซิ่งของ อิราโอลา สามารถสร้างความกดดันให้คู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อทีมมีพลังงานเต็มที่ แต่คำถามคือ มันจะยังทำงานได้ดีแค่ไหนในวันที่นักเตะต้องลงสนามทุก 2-3 วัน
การหาสมดุลระหว่าง “ความเข้มข้น” กับ “การบริหารร่างกาย” จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญของ อิราโอลา
เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครสามารถเล่นต่อเนื่อง ใครควรพัก และจังหวะไหนที่ทีมจำเป็นต้องลดความเสี่ยง เพื่อให้นักเตะพร้อมสำหรับเกมสำคัญที่รออยู่
ฤดูกาลยังอีกยาวไกล และ ลิเวอร์พูลอาจต้องเรียนรู้ที่จะเล่นเกมของ อิราโอลา โดยไม่ปล่อยให้ความเหนื่อยล้ากลายเป็นสิ่งที่ลดประสิทธิภาพของระบบเพรสซิ่งลง
เพราะสำหรับทีมที่ต้องลงเล่น สามเกมต่อสัปดาห์ การวิ่งให้หนักอาจไม่ใช่เรื่องยากที่สุด แต่การวิ่งให้หนักในทุกเกม พร้อมรักษาคุณภาพการเล่นเอาไว้ต่างหาก คือบททดสอบที่แท้จริงของ ลิเวอร์พูล ภายใต้กุนซือคนใหม่



















